 |
ผมขอตัดตอนเรื่องการวินิจฉัยกระบวนการต่างๆในการพิเคราะห์โรคไปนะครับ เพราะ เป็นการปกป้องสิทธิของแพทย์และตัวผมด้วย
เอาเฉพาะเรื่องความรู้ทั่วๆไปกับสิ่งที่ผมเจอที่เล่าได้
คราวนี้ผมก็นอนรอ...ๆๆๆๆๆๆ เอา NG tube ออก, Rectal tube ออก, Off น้ำเกลือ (ผมได้น้ำเกลือ +5% dextrose โดยไม่กินอะไร 7 วัน) แต่ทุกวันผมจะได้ antibiotic สองขนานเสมอ รวมทั้งยาลดกรดตอนเช้า
คราวนี้ปัญหาก็คือ
ผมเป็น Hirschprung's disease จริงหรือเปล่า
เขาทำไงล่ะ
1) ทดสอบการเคลื่อนตัวของลำไส้ โดยการให้กินสารทึบแสง แล้วดูว่ามันขับถ่ายได้ไหม
โดยดูวันที่ 1 และ 3 หลังกิน โดยการ X-RAY
ผลปรากฎคือผมไม่ได้เป็นอะไร ในวันที่ 3 ไม่มีสารทึบแสงตกค้าง
2. เขาก็ทำกระบวนการที่เรียกว่า Rectal biopsy ซึ่งก็คือการเอาเนื้อมาจึ๋งนึง มาตรวจสอบชิ้นเนื้อด้วยการย้อมสี/ย้อมเอนไซม์นั่นเองครับ
เหมือนเดิม
Colonoscopy แต่คราวนี้จะมีการติดชิ้นเนื้อด้วย ผมเลยไม่ขอดู (จริงๆ เขาถามว่าผมจะดูไหม เพราะ เห็นผมสนุกกับครั้งที่แล้ว แต่ผมหวาดเสียวเพราะมีการตัด)
ผล
ผมไม่รู้สึกเจ็บ เขาได้เนื้อที่ 2 cm และ 5 cm เหนือรูตูด
เหตุผลที่แพทย์บอกผมคือ ที่ mucosa กับ submucosa ที่ตัดไป มันไม่มีประสาทรับรู้ความเจ็บปวด
ดังนั้นสิ่งที่ผมจะรับรู้ได้คือการถ่ายเป็นเลือดในเช้าวันถัดไป
แล็บที่ทำคือ การย้อม Acetylcholine esterase ซึ่งเป็นวิธีสากลในการตรวจโรคนี้
บอกเล่นแค่นี้แหละ
ผมเล่าไม่ค่อยเก่งนะ
แต่จริงๆ แล้วเรื่องการใช้ชีวิตใน รพ. และห้องผู้ป่วยรวมนี่ก็สนุกนะ น้อง นสพ. กับ นักเรียนพยาบาลก็เอาใจใส่ตั้งใจเรียน แพทย์ resident ก็เอาใจใส่ดีมาก เสียอย่างเดียวก่อนออกดันเวียนกลุ่มไปซะก่อน อาจารย์หมอก็ดี
แต่ขอเก็บไว้เป็นความประทับใจส่วนตัวไม่เล่าแระกัน
ความรู้ทางการแพทย์ในห้องรวมผมได้เต็มเปี่ยมเลยครับ ของแถมที่ได้คือน้ำหนักที่ลดไป 16 กก.
ใครสงสัยผมและผู้ที่รู้ท่านอื่นๆ จะมาอธิบายเพิ่มทีหลังนะครับ
ขอนอนก่อนหละ
นอนที่ รพ. มา 20 คืน
จากคุณ |
:
CuSO45H2O
|
เขียนเมื่อ |
:
3 ก.พ. 54 18:54:55
|
|
|
|
 |