Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
"สึนามิสังหาร" ที่ "ฮอนชู" โดย ปิยมิตร ปัญญาื ติดต่อทีมงาน

โดยข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ เปลือกโลกที่เราเหยียบอยู่ทุกวันไม่เคยหยุดนิ่ง หากใช้เครื่องตรวจจับที่มีความละเอียดมากพอ เราจะพบอาการเคลื่อนไหวบางสิ่งบางอย่างของเปลือกโลกในทุกๆ 5 นาที

โดยพื้นฐานดังกล่าว ไม่น่าแปลกที่แผ่นดินไหวเกิดขึ้นบนพื้นโลกทุกวัน วันหนึ่งๆ หลายสิบครั้ง

ปีๆ หนึ่งจึงมี "แผ่นดินไหว" ระดับต่างๆ เกิดขึ้นในสถานที่ต่างๆ ทั้งบนพื้นดิน ใต้พื้นมหาสมุทร ระหว่างเทือกเขามากถึง 500,000 ครั้ง

ในจำนวนนี้มี 100,000 ครั้ง เป็นการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่เรา "รู้สึก" ได้

ถ้าเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงระดับที่สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นได้บ้าง คือวัดความรุนแรงได้ระหว่าง 5-5.9 ริคเตอร์นั้น จะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ย 1,319 ครั้งต่อปี

ถ้าเป็นระดับความรุนแรงชนิดที่อาจทำให้เกิดความเสียหายกับสิ่งปลูกสร้างได้บ้าง คือวัดความรุนแรงได้ระหว่าง 6-6.9 ริคเตอร์นั้น จะเกิดขึ้น 134 ครั้งในระยะเวลา 1 ปี ส่วนที่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งวัดความรุนแรงได้ระหว่าง 7-7.9 ริคเตอร์นั้น จะเกิดขึ้น 15 ครั้งต่อปี

ข้อมูลของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา (ยูเอสจีเอส) ระบุเอาไว้ว่า แผ่นดินไหวระดับเกินกว่า 8.0 ริคเตอร์ขึ้นไป เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งฮอนชูนั้น โดยเฉลี่ยแล้วมีเพียงปีละครั้ง!

ตัวเลขทั้งหมดที่ผมว่ามานั้น เป็นตัวเลขของค่าเฉลี่ยการเกิดแผ่นดินไหวในยามที่แผ่นเปลือกโลกใหญ่น้อยทั้งหลายอยู่ในสภาวะ "ค่อนข้างนิ่งสงบ" เท่านั้น

ไม่ใช่ยามที่เกิดความผันแปร ผันผวน หรือคลุ้มคลั่งอย่างผิดปกติของเปลือกโลกหรือแกนโลกแต่อย่างใดทั้งสิ้น

แผ่นดินไหวที่เกิดต่อเนื่องกันในช่วงไม่ถึงเดือน 3 ประเทศ ตั้งแต่นิวซีแลนด์ จีน และญี่ปุ่น จึงไม่ใช่เรื่องวิปริต ผิดอาเพศ

เช่นเดียวกัน การที่แผ่นดินไหวระดับ "มหึมา" ที่จะเกิดได้ก็เพียงปีละครั้ง ดันมาเกิดขึ้นกับประเทศอย่างญี่ปุ่น ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือเป็นเรื่องของโชคชะตา ฟ้ากำหนดแต่อย่างใดทั้งสิ้น

แต่เป็นเพราะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนพื้นที่เปลือกโลกส่วนที่ "อ่อนไหว" ที่สุด ส่วนหนึ่งของแนวบรรจบกันของ "รอยเลื่อน" ของเปลือกโลก (หลายแผ่น) ขนาดมหึมาความยาวกว่า 40,000 กิโลเมตร ทอดยาวตั้งแต่ริมฝั่งด้านตะวันออกของตอนเหนือของรัสเซียไปตามแนว 2 ริมฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก

เรารู้จักมันมานานปีในชื่อ "วงแหวนแห่งไฟ-ริง ออฟ ไฟร์"

แนว "ริง ออฟ ไฟร์" ที่ว่านี้ คือพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหว 90 เปอร์เซ็นต์ของแผ่นดินไหวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโลกนี้!

และในจำนวนแผ่นดินไหวระดับรุนแรงทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น 80 เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้นในแนว "ริง ออฟ ไฟร์" นี้เช่นเดียวกัน

หมู่เกาะที่เราเรียกกันว่า "ประเทศญี่ปุ่น" ในเวลานี้ อันที่จริงเป็นผลงานการรังสรรค์ของ "แผ่นดินไหว" ก่อกำเนิดมันขึ้นมา เนิ่นนานก่อนที่มนุษย์จะไปยึดเอามันมาเป็นถิ่นพำนัก

เมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ธรรมชาติอันเป็นอนิจจัง ตอกย้ำกับมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยให้ได้ตระหนักอีกครั้งว่า

ธรรมชาติสร้างสรรค์ได้ ก็ทำลายล้างได้เช่นเดียวกัน!



ญี่ปุ่นตั้งอยู่บนริมขอบด้านตะวันออกของแผ่นเปลือกโลกเก่าแก่ขนาดใหญ่แผ่นที่เรียกว่า "ยูเรเชีย เพลท"

ห่างจากชายฝั่งด้านตะวันออกสุดของญี่ปุ่น ออกไปทางตะวันออกอีกเพียง 300-400 กิโลเมตรใต้พื้นมหาสมุทรแปซิฟิก "ยูเรเซีย เพลท" สิ้นสุดลงตรงนั้น ถัดจากมันไปคือแผ่นเปลือกโลกอีกแผ่น ขนาดไม่เล็กไปกว่ากันกี่มากน้อย มันถูกเรียกว่า "แปซิฟิก เพลท"

แนวที่แผ่นแปซิฟิก เพลท ชนเข้ากับแผ่นยูเรเซีย เพลท ทอดยาวลงมาตั้งแต่ชายฝั่งด้านตะวันออกของหมู่เกาะคูริลของรัสเซีย เรื่อยลงมาขนานกับแนวชายฝั่งด้านตะวันออกของญี่ปุ่นจนจรดด้านตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว ก่อนวกกลับขึ้นเกาะฮอนชู ตัดขวางญี่ปุ่นไปทางตะวันตก เป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก

เราเรียกแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกทั้ง 2 แผ่นนั้นว่า "แจแปน เทรนช์"

ตามแนวรอยเลื่อน "แจแปน เทรนช์" ที่ว่านี้ ในช่วงระยะเวลาเพียง 9 ปีที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวระดับ "มหึมา" คือเกินกว่า 8 ริคเตอร์มาแล้ว 3 ครั้ง

ครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน ปี ค.ศ.2003 จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาะฮอกไกโด วัดความรุนแรงได้ 8.3 ริคเตอร์ แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ทั่วญี่ปุ่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 600 คน ไม่มีสึนามิ

ครั้งที่สอง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ปี 2006 บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของหมู่เกาะคูริล วัดความรุนแรงได้ 8.3 ริคเตอร์ ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ก่อให้เกิดสึนามิขนาดคลื่นสูง 1.80 เมตรไปไกลถึงชายฝั่งด้านตะวันตกของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ครั้งที่ 3 คือแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งฮอนชู เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา วัดความรุนแรงได้ 8.9 ริคเตอร์

คำถามที่น่าสนใจก็คือว่า เพราะเหตุใดแผ่นดินไหวในบริเวณ "แจแปน เทรนช์" ถึงได้รุนแรงถึงขีดสุดเช่นนี้?

เหตุผลมีอยู่ 2 ประการ หนึ่งนั้นเพราะระดับความเร็วในการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกในบริเวณดังกล่าว อีกหนึ่งคือ รูปแบบของการเคลื่อนไหวเข้าหากันของแผ่นเปลือกโลกทั้ง 2 แผ่น

พูดง่ายๆ ว่า ธรรมชาติกำหนดไว้ให้พื้นที่ตรงนี้ต้อง "รุนแรง" ครับ



แผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่มี 8 แผ่น ขนาดย่อยอีก 7 แผ่น ทั้งหมดเคลื่อนไหวในระดับความเร็วและทิศทางแตกต่างกัน ตั้งแต่ไม่ถึง 1 นิ้วไปจนถึงมากกว่า 3 นิ้วต่อปี

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่า เปลือกโลกคือส่วนที่เป็นของแข็งซึ่งมีความหนาแน่นของมวลน้อยกว่า ลอยอยู่บนแกนกลางของโลกส่วนที่เป็นของเหลวแต่มีความหนาแน่นสูงกว่า ในขณะที่โลกมีการหมุนรอบตัวและพื้นผิว 3 ใน 4 ประกอบด้วยน้ำที่เป็นของเหลว

แผ่นเปลือกโลกเก่าแก่อย่างยูเรเซีย ก็เคลื่อนที่ มันขยับขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือปีละ 1-2.5 เซนติเมตร ในทางตรงกันข้าม แผ่นเปลือกโลกแปซิฟิก เพลท กลับเป็นแผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนที่ในอัตราที่เร็วที่สุดแผ่นหนึ่ง


คือตกประมาณ 7 เซนติเมตรต่อปี!

มันเคลื่อนที่ไปทางแทบจะขนานกับแนวเส้นศูนย์สูตร

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือ แผ่นแปซิฟิก เพลท ดันเข้าใส่แผ่นยูเรเซีย เพลท อยู่ตลอดเวลา

ลักษณะของการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก บริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ

แบบแรก คือ การดึงตัวออกจากกันในลักษณะของการทรุดตัวของอีกแผ่นหนึ่ง แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการทรุดตัวลงนั้นมีแรงต้านอย่างเช่นแผ่นหิน จนเกิดแรงสะสมบริเวณจุดต้านดังกล่าว แบบถัดมาเป็นแบบเคลื่อนที่เสียดสีกันในทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาเมื่อการเคลื่อนที่ดังกล่าวเกิดแรงต้านขึ้นเช่นกัน อย่างเช่นกรณีของแผ่นดินไหวที่ถล่มเฮติเมื่อปีที่ผ่านมา

แบบสุดท้าย เป็นแบบที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันและรุนแรงมากที่สุด นั่นคือ รูปแบบของการที่แผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่งดันเข้าไปหนุนอยู่ด้านใต้ของแผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง

นั่นคือ สิ่งที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งเกาะฮอนชูอยู่ตลอดเวลา นักธรณีวิทยาเรียกส่วนของรอยเลื่อนดังกล่าวนี้ว่า "ซับดัคชั่น โซน"

บริเวณจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวนอกเมือง เซนได 230 กิโลเมตรนั้น คือจุดที่เกิดแรงต้านของแผ่นยูเรเซีย ไม่ให้แผ่นแปซิฟิกมุดเข้าไป เมื่อแรงผลักสะสมจนสูงกว่าแรงต้าน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ส่วนหนึ่งเปลือกโลกจากแผนยูเรเซีย แตกหักหรือฉีดขาดออกจากแผ่นเปลือกโลกเดิม ก่อนที่จะปล่อยให้แผ่นแปซิฟิกมุดพรวดเข้าไปตามแรงดันมหาศาลที่สะสมอยู่ ณ จุดนั้น

ดร.จอห์น เอลเลียต จากศูนย์สังเกตการณ์และจำลองแบบแผ่นดินไหว จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ประเมินคร่าวๆ จากความรุนแรงของแผ่นดินไหวครั้งนี้ไว้ว่า แนวแตกหรือฉีกขาดดังกล่าวนั้นน่าจะมีความยาวประมาณ 500 กิโลเมตร

การแตกหรือถล่มของแผ่นเปลือกโลกในเขต "ซับดัคชั่น โซน" ทำให้แผ่นเปลือกโลกยูเรเซียถูกหนุนสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน

พลังมหาศาลของมันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในมวลที่ประกอบขึ้นเป็นโลกใบนี้ ที่ส่งผลให้แกนสมมุติของโลกเคลื่อนที่ไปจากเดิมถึง 6 นิ้ว!

และเพราะมันเกิดขึ้นในทะเล พื้นที่ส่วนที่ถูกหนุนสูง จึงหนุนเอาน้ำทะเลที่มวลนับล้านๆ ตันสูงพรวดขึ้นตามไปด้วย เมื่อมวลของน้ำดังกล่าวขึ้นสูงจุดสูงสุดมันเทพรวดลงมาทั้งสองด้าน

"สึนามิ สังหาร" ที่เกาะฮอนชู เกาะใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดของญี่ปุ่น เกิดขึ้นเพราะเหตุนี้นี่เอง



มวลของน้ำทะเลนับล้านๆ ตัน เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึง 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พลังทำลายล้างของมันย่อมมากมายมหาศาลยิ่งนัก

เซนไดอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเพียง 230 กิโลเมตร ด้วยความเร็วระดับนั้น ผู้คนที่นั่นแทบไม่มีเวลาตั้งตัว ตั้งสติ

สำนักข่าวเกียวโดและสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า คลื่นยักษ์ที่ถล่มเข้าใส่ฝั่งแถบตะวันออกของญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่จังหวัดมิยางิและจิบะนั้น สูงถึง 10 เมตร

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา (ยูเอสจีเอส) วัดความสูงจากยอดคลื่นถึงท้องคลื่นที่โจมตีญี่ปุ่นได้สูงสุดที่ 7.3 เมตร

สึนามิ ที่ฮอนชู เกิดขึ้นจากการที่มวลน้ำมหาศาลเคลื่อนลงจากยอดสูงสุดของแนวรอยเลื่อนที่ถูกยกสูงขึ้นเฉียบพลัน นั่นทำให้ทิศทางที่รุนแรงที่สุด รวดเร็วที่สุดของการเคลื่อนที่ของมวลน้ำ เป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแนวรอยเลื่อน

นั่นคือเป็นไปในแนวขวาง ทางตะวันตกและตะวันออกมากกว่าที่จะเป็นทางเหนือและทางใต้

นี่เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย รวมทั้งชายฝั่งทางภาคใต้ของไทย ซึ่งอยู่ทางใต้ของแนวรอยเลื่อน จึงไม่ได้รับอิทธิพลจากสึนามิหนนี้รุนแรงมากนัก เช่นเดียวกับริมฝั่งด้านตะวันออกของรัสเซีย ที่อยู่ทางเหนือของแนวรอยเลื่อน

แต่สึนามิจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ จะสูงกว่าและรุนแรงกว่าบริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกของแคนาดา สหรัฐอเมริกา และละตินอเมริกา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของแนวรอยเลื่อน

ยูเอสจีเอสอาศัยทุ่นลอยเพื่อวัดความเคลื่อนไหวของคลื่นสึนามิจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่า แม้ในทะเลเปิด กลางมหาสมุทรแปซิฟิก แรงเคลื่อนของน้ำยังก่อให้เกิดคลื่นสูงถึง 1 เมตร แสดงให้เห็นถึงพลังมหาศาลที่มันหอบติดตัวไปด้วย

กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญก็ยอมรับว่า สึนามิหนนี้หากเปรียบเทียบกับในอดีตแล้วก็จัดว่ามีความรุนแรงแค่อันดับ 5 เท่านั้นเอง



เมื่อปี 1958 เกิด "มหาสึนามิ" ขึ้นที่อ่าวลิทจูยา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐอลาสกา สหรัฐอเมริกา ความสูงของคลื่นสูงถึง 524 เมตร สูงกว่าตึกเอมไพร์สเตท (448 เมตร) เสียด้วยซ้ำ นั่นคือสึนามิที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมาในประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่ที่อำมหิตที่สุดเนื่องเพราะมันเกิดขึ้นในพื้นที่ที่แทบไร้ผู้คน และสลายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อถึงทะเลเปิด มีชาวประมงเสียชีวิตเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นเอง

สึนามิที่เรียกว่า "ลิสบอน สึนามิ" เมื่อปี 1755 ที่เกิดขึ้นหลังจากการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9 ริคเตอร์ใต้มหาสมุทรแปซิฟิก (น่าจะแอตแลนติค ขอบคุณที่ติงมาครับ) ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สูง 120 เมตรถล่มเข้าใส่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส คร่าชีวิตคนไปราว 60,000 คน

กรากะตั้ว สึนามิ ที่เกิดขึ้นจากแรงระเบิดของภูเขาไฟกรากะตั้ว ซึ่งไม่เพียงรุนแรงขนาดทำให้เกาะกรากะตั้วทั้งเกาะหายไปในพริบตา ยังก่อให้เกิดสึนามิขนาด 39 เมตร คร่าชีวิตผู้คนในอินโดนีเซียและอินเดียไปอีก 36,000 คน

สึนามิที่ถูกขนานนามว่า "สึนามิแห่งมหาสมุทรอินเดีย" ที่คนไทยรู้จักกันดีที่เกิดขึ้นเมื่อวัน "บ๊อกซิ่งเดย์" 26 ธันวาคม ปี 2004 ก่อให้เกิดคลื่นสูง 24 เมตร อาละวาดคร่าชีวิตคนไปมากกว่า 300,000 คน

ที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 1498 เกิดสึนามิจากแผ่นดินไหว 8.6 ริคเตอร์ ที่นอกชายฝั่งเมืองเมอิโอะ นันไก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 31,000 คน จากคลื่นยักษ์สูง 17 เมตร

ทั้งหมดนั่นแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่า เมื่อถึงคราวต้องเลวร้าย ทำลายล้าง ธรรมชาติก็กระทำต่อมนุษย์เราได้ถึงขีดสุดเช่นเดียวกัน!


ที่มา : หน้า 30 หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2554

แก้ไขเมื่อ 14 มี.ค. 54 19:51:58

จากคุณ : Zhounat
เขียนเมื่อ : 14 มี.ค. 54 09:26:15




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com