 |
เห็นว่าควรแยกแยะข้อเท็จจริงแต่ละอย่าง
อย่างเรื่อง ผี !! ก็ไม่ควรรีบด่วนสรุปว่าหากมีสิ่งมีชีวิต ณ ที่อื่นใดแล้วจะต้องเป็นลักษณะที่มีเค้าโครงตามลักษณะมนุษย์โลก หรือต้องเป็นลักษณะที่น่ากลัวตามความยึดถือนึกคิดของมนุษย์บางกลุ่มบางสังคม หรือจะต้องวิเศษเก่งกล้าสามารถเหนือมิติกฎเกณฑ์ของ Space หรืออยู่เหนือหลักฟิสิกส์,หลักพฤติกรรมทางชีวภาพบนโลก แต่ขณะเดียวกันข้อเท็จจริงที่ว่าสิ่งมีชีวิตที่เก่งกล้าขั้นเทพ มหาเทพ อนุตรเทพ ฯลฯ ที่สามารถหลอกหลอนมนุษย์ในเรื่องผีๆหรืออำนวยลักษณะที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกในความปาฎิหาริย์อื่นใด ก็เป็นเหตุผลที่เป็นไปได้เช่นกัน แต่จะเกิดขึ้นจริง ณ กาลเวลาสถานที่ปัจจุบันนี้ได้หรือไม่ ก็ไม่ใช่ง่ายและน่าจะหายากมากๆ
วิญญาณ !! ก็ไม่ควรรีบสรุปหรือยึดถือเคร่งครัดไปตามความเชื่อหรือทฤษฎีที่ถูกจริตของตนเองเช่นกัน เช่นเชื่อไปว่าต้องลักษณะอย่างนั้น หรือเป็นไปตามทฤษฎีสสารพลังงานอย่างนี้ ฯลฯ โดยควรได้ข้อสรุปของวิญญาณเสียก่อนว่ามีจริงไหม หากสมมุติว่ามีจริงจะเป็นลักษณะอย่างไร เป็นสิ่งมีชีวิตหรือตามหลักชีวภาพไหม เป็นไปตามหลักสสารพลังงานไหม มีพฤติกรรมภายใต้ Space ไหม ฯลฯ
บาปบุญคุณโทษ กรรมดี กรรมชั่ว ชาติก่อน ชาติหน้า นรก สวรรค์ กฎแห่งกรรม ฯลฯ เป็นสิ่งที่ศาสนาชี้ข้อเท็จจริงไว้ จึงควรพยายามศึกษาแต่ละแง่มุมเหตุผลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักของปรัชญาเหตุผล ตรรกะเหตุผล หลักเหตุ-ผลปัจจัย ตลอดจนบางสิ่งที่พิสูจน์สรุปตามหลักของวิทยาศาสตร์หรือประจักษ์เหตุผลได้แล้ว ฯลฯ เพื่อสามารถฟันธงชี้ชัดได้ยิ่งขึ้นว่าเชื่อถือได้หรือไม่
พรหมลิขิต ปาฏิหาริย์ ก็นับเป็นลักษณะเร้นลับอีกอย่างที่มีการยึดถือตามกันมาในปัจจุบัน ทุกๆเรื่องก็ควรพยายามพิจารณาตามหลักกาลามสูตรทั้งสิ้น ส่วนเรื่องจะเชื่อหรือไม่เชื่อ หรือจะมีความรู้สึกต่อเรื่องนี้อย่างไร ควรให้น้องๆเด็กๆเขาว่าไปตามประสาความรู้สึกดีกว่า ส่วนเราๆท่านๆควรช่วยกันเสนอแนะเหตุผลหรือจุดประกายแนวคิดที่เป็นประโยชน์ให้แก่พวกเขา กันเถิดหนา
จากคุณ |
:
ผู้ศึกษา
|
เขียนเมื่อ |
:
21 พ.ค. 54 23:23:25
|
|
|
|
 |