 
ความคิดเห็นที่ 7 |
#5 พฤติกรรมในทางจิตวิทยามีระดับปัจเจคกับมหาภาค ปัจเจคคือของคนๆเดียว มหาภาคคือของหลายๆคน เช่น เมื่อออกกฎว่าห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ในระดับมหาภาคคนจะสูบในที่สาธารณลดลง แต่ก็ยังมีบางคนที่สูบอยู่ นั่นคือระดับปัจเจคครับ
ในทางจิตวิทยาระดับปัจเจคหรือมหาภาคมักจะใช้วิธีการควบคุมที่ไม่เหมือนกันอย่างมหาภาคใหญ่ๆออกกฎดีที่สุด แต่ระดับปัจเจคไม่มีวิธีตายตัวต้องดูเป็นคนๆไป บางคนบอกเฉยๆก็ได้ บางคนต้องด่า บางคนต้องกระทืบ บางคนต่อให้ฆ่าให้ตายก็ไม่ยอมเปลี่ยน --------- ทฤษฎีของมาสโลว์เป็นการอธิบายระดับปัจเจคบุคคล คือพฤติกรรมหนึ่งๆเกิดจากแรงจูงใจขั้นไหน ซึ่งพฤติกรรมที่เหมือนกันในหลายๆคนก็อาจจะเกิดจากแรงจูงใจที่ต่างกันก็ได้ อย่างกาก้าที่ยกตัวอย่างไป บางคนไปดูเพราะเป็นงาน บางคนไปดูเพราะเพื่อนหรือแฟน บางคนก็ไปดูเพราะอยากดูเอง บางคนไม่ได้อยากจะดูเลยแต่อยากเท่เลยไปดู
ในระดับปัจเจคก็มีพฤติกรรมระดับจุลภาคและมหาภาค(คำว่ามหาภาคตรงนี้จะต่างจากมหาภาคข้างบน เพราะมหาภาคคำนี้เป็นเรื่องของปัจเจค)
มหาภาคในระดับปัจเจคหมายถึง พฤติกรรมในระยะยาวหรือ long term ระดับจุลภาคหมายถึงพฤติกรรมการตอบสนองต่อสิ่งเร้าในขณะนั้นเลย ----------- เรื่องการให้หรือไม่ให้วัคซีนสามารถอธิบายด้วยทฤษฎีมาสโลว์ได้แบบเดียวกับกาก้า - ให้ตัวเองรอดเพราะอยากรอด (ขั้น 1) - ให้ตัวเองรอดเพราะครอบครัวจะมั่นคงกว่า (ขั้น2) - ให้ตัวเองรอดเพราะครอบครัวจะมีบรรยากาศดีกว่า (ขั้น3) - ให้ตัวเองรอดเพราะตัวเองรู้สึกดี (ขั้น 4) - ให้ตัวเองรอดเพราะไม่อยากให้แม่รอด (ขั้น5) ------------- -ให้แม่รอดเพราะตัวเองจะรอดไปด้วย(ขั้น1)เป็นจริงได้ต่อเมื่อมีภาวะแทรกซ้อนเช่น โจรบอกว่าแกใจเด็ดมากข้าให้เอ็งรอดทั้งคู่ - ให้แม่รอดเพราะครอบครัวจะมั่นคงกว่า (ขั้น2) - ให้แม่รอดเพราะครอบครัวจะมีบรรยากาศดีกว่า (ขั้น3) - ให้แม่รอดเพราะตัวเองรู้สึกดี (ขั้น 4) - ให้แม่รอดเพราะอยากให้แม่รอด (ขั้น5)
การให้แม่รอดแต่ตัวเองตาย ขัดกับความต้องการขั้น 1 เพราะตัวเองต้องตาย แต่ในทฤษฎีของมาสโลว์มีข้อยกเว้นอยู่ข้อนึงคือหากความต้องการขั้นสูงกว่าแรงกล้ามากๆสามารถแทรกขั้นต่ำมาได้เลย เพราะลองว่ามีความต้องการขั้นห้าคือสละชีวิตที่ขัดกับความต้องการขั้นหนึ่งไปแล้ว เมื่อขั้นที่หนึ่งที่เป็นฐานต่ำสุดมีพลังต่อต้านขั้นอื่นสูงที่สุดถูกทำลายไปได้ แล้วขั้นอื่นๆที่พลังน้อยกว่าจะไปเหลือหรอ อย่างพวกพลีชีพเพื่ออุดมการทั้งหลายแหล่นั่นแหละ
(บวกกับการตอบสนองไม่จำเป็นต้องเต็มหลอด เช่น ปวดขี้จะแตกอยู่แล้วแต่ลูกค้าสำคัญโทรมา ถ้าอยู่บ้านก็ยอมขี้แตกวิ่งไปรับโทรศัพท์ เพราะเช็ดได้ แต่ถ้าอยู่ที่ทำงานก็ให้เพื่อนรับสายแล้วคุยถ่วงเวลาไปก่อน พอขี้เสร็จค่อยมาคุย เพราะมีตัวช่วย และถ้าขี้แตกที่ทำงานเรื่องจะวุ่นวายกว่าขี้แตกที่บ้าน เป็นต้น)
แก้ไขเมื่อ 30 พ.ค. 55 04:05:03
แก้ไขเมื่อ 30 พ.ค. 55 03:51:28
แก้ไขเมื่อ 30 พ.ค. 55 03:38:23
แก้ไขเมื่อ 30 พ.ค. 55 03:35:13
แก้ไขเมื่อ 30 พ.ค. 55 03:29:49
จากคุณ |
:
Disorder
|
เขียนเมื่อ |
:
30 พ.ค. 55 03:23:02
|
|
|
|