 |
ระยะทาง จากอำเภอเบตง ไปจ.ยะลา 137 กิโลเมตร แต่ใช้รถใช้เวลา 1.30-2 ชม. เพราะภูมิประเทศแถบนี้เป็นภูเขา ถนนก็ลัดเลาะไปตามไหล่เขา แม่ฮ่องสอน กับเบตงทางคล้ายๆกัน และมีทางเข้าออกเส้นเดียว ไม่มีทางรถไฟ ไม่มีสนามบิน(เห็นว่ากำลังจะมี) อีกเส้นเดียวก็คือออกทางด่านมาเลเชีย
ตอนช่วงที่ ยิงรถโดยสาร เบตง-หาดใหญ่ รถตู้หลายๆสายก็เปลี่ยนเส้นทาง เบตง วิ่ง ออกด่านมาเลย์เบตง เข้าทางด่านสะเดา ไปหาดใหญ่ ร่นระยะเวลาได้ครึ่งชั่วโมงเส้นทางนี้ ข้อเสียคือต้องมีสำภาระไม่มากเกินไป และของต้องห้ามของประเทศมาเลย์หลายๆอย่างก็ไม่ควรเอาเข้าไป ต้องมีพาสปอต์
คนในพื้นที่ อ.เบตงเป็น ไทยพุทธ ไทยมุสลิม คริสต์(ช่วงนี้ เผ่าทางเหนือ พวกเย้า พวกมูเซอ จีนฮ่ออพยพมารับจ้าง เยอะจนเป็นหมู่บ้านย่อมๆได้หลายหมู่บ้าน ค่าแรงดีครับแถวๆนี้ ) คนในพื้นที่ ส่วนมากทำสวนยาง รายได้ดี คนรับจ้างกรีดยางก็ยังออกรถกระบะกันเพียบ แบ่งค่าแรงโหด ลูกจ้าง ได้45 เปอร์เซนต์ของยางที่กรีดได้ เพราะสวนยางในพื้นที่อยู่บนภูเขาสูง ชัน
ราคาสินค้าในพื้นที่ ถือว่าแพง กว่าที่อื่น ถ้าใครเคยไปเดินตลาด จะรู้ว่าข้าวของที่นี้แพงกว่ากรุงเทพ 15-50 เปอร์เชนต์
ส่วนโจรจีนในอดีตนั้น ตอนนี้ แทบไม่มีพิษสงแล้ว เพราะส่วนนึงก็กลับไปอยู่มาเลย์ ส่วนนึงก็ขอสัญชาติไทย อุโมงค์ที่ขุดสู้รบ ไว้ก็หลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่สำคัญก็คือพวกมาเลย์
ถ้าคุณมาเบตง จะเห็นคนเชื้อสายพูดจีนค้าขายกันเป็นภาษารองจากภาษาไทย ถ้าเจอมุสลิม ก็จะพูดยาวี สมัยผมไปเรียนกรุงเทพใหม่ๆ เค้าแปลกใจกันทำไม คอไม่ทองแดง เพราะ อ.ที่อยู่ เค้าไม่พูดภาษาใต้กัน ภาษาใต้จะเป็นคนใต้คุยกัน แต่ถ้าจะซื้อของหรือทำอะไรให้พูดกลาง ไม่งั้นสื่อสารไม่รู้เรื่อง คนหลายเชื้อชาติ ภาษากลางดีสุด
สรุปย่อๆคือ เป็นเมืองปิด คนในเมืองค่อนข้างมีฐานะความเป็นอยู่ดี คนในพื้นที่ มีหลายเชื้อชาติ ไทย จีน มุสลิม คริสต์ ปัญหาในพื้นที่เลยน้อย ถ้าจะมีต้องเป็นคนต่างพื้นที่เข้ามา และอย่างที่บอก ก่อเหตุแล้วปิดถนน ก็ไปไหนไม่ได้ หนีไม่ได้ แล้ว นอกจากจะเดินป่าลัดเลาะตามภูเขา
ตอนระเบิดหน้าธนาคาร ที่เบตง เมื่อไม่กี่ปีก็โดนจับยกแกงค์ ข้อได้เปรียบคือคนนอกเข้ามา คนในจะรู้ และคนในพื้นที่ก็เป็นหูเป็นตา ยากที่ก่อเหตุแล้วจะเดินตัวปลิว หนีขี่รถหนีออกไปได้ง่ายๆเหมือนที่อื่น
ตอนนี้ด่านก็เข้มงวดมาก ใครเข้าใครเข้าเมือง ตรวจหมด ยิ่งมีข่าวเยอะช่วงนี้ ก็วางกำลังกันเยอะเลย อย่าประมาทดีที่สุด ------------------- ข้อมูลเบื้องต้น อำเภอเบตงมีประชากร 56,471 คน ประกอบด้วยคนไทยหลากหลายเชื้อชาติ เป็นคนไทย-มลายูมุสลิมเกือบร้อยละ 50 คนไทยเชื้อสายจีน (เช่น ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว จีนแคะ กวางไส) ร้อยละ 30 และคนไทยพุทธราวร้อยละ 20 อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ให้เกิดการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมที่หลากหลายได้อย่างลงตัว
ส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจ มีการทำสวนผลไม้และทำไร่ ส่วนในตัวเมืองนั้นประชากรจะประกอบอาชีพเกี่ยวกับการให้บริการด้านการท่องเที่ยว ------------------------------------------ ส่วนตัวผมเอง ครอบครัวและก็คนในหมู่บ้านแถวนี้ เชื้อจีนฮากกา สมัยก่อนช่วงอพยพตั้งรกรากมาด้วยกันก็จะสร้างบ้านอยู่ใกล้ๆกัน ถากถางพื้นที่ทำมาหากินด้วยกัน เจอกันก็พูดภาษาฮากกา คุยกันได้เลย เหมือนไชน่าทาวน์ เจอหน้าพวกเดียวกันก็งัดภาษาถิ่นออกมาคุยกัน ไม่ต้องแปลกใจถ้าคุณมาเมืองนี้ แล้วได้ยินภาษาจีน
คนเบตงเลยไปเป็นไกด์จีน นำเที่ยวเยอะ เพราะได้ภาษาจีน ติดตัวมาตั้งแต่เกิด พี่เขยผม 2คนก็ ทำอาชีพไกด์ฮ่องกง(พูดกวางตุ้ง) ไกด์จีน(จีนกลาง ไต้หวัน จีนแดง) แม้จะไม่ใช่ภาษาหลักแต่ปรับนิดหน่อยก็พูดได้แล้ว
แก้ไขเมื่อ 29 ก.ค. 55 21:00:26
จากคุณ |
:
หัวใจเดินทาง
|
เขียนเมื่อ |
:
29 ก.ค. 55 20:43:08
|
|
|
|
 |