เรื่องผีและวิญาณนี้เล่าจากประสบการณจริง ถ้าใครไม่เชื่อก็ขอคิดว่ากำลังอ่านนิยายผีๆๆอีกเรื่องก็แล้วกัน ผีนั้นมีจริง ผมพบและสนทนากับเขาบ่อยๆ เวลาไปงานสวดศพที่วัด บางงานจะเห็นวิญาณ คนตายลอยออกมาเดินปนๆไปกับผู้คน โดยพยายามจะพูดและสัมผัสกับญาติและลูกหลานที่ตัวเองรักและสนิท แต่เหมือนอยู่คนละโลก ไม่มีใครสนใจ ในไม่ช้าวิญญาณนั้นก็จะไปอยู่ที่ รูปแผ่นใหญ่ที่วางไว้หน้าศพ
ผีหรือวิญญาณ ไม่น่ากลัว ไม่ใช่โครงกระดูกเดินได้อย่างที่สร้างภาพกัน แต่จะเป็นภาพใสๆ ของตัวเงาคนเหมือนคลื่นความร้อน ที่เป็นแก้วสีต่างๆตาม สภาวะของจิต เมื่อพระสวด เขาจะมานั่งพับเพียบฟังสวดด้วย พอมีการถ่ายรูปหมู่ลูกหลานก็แอบออกมายืนโอบกอดด้วย พอ อัดรูปออกมา บางที เห็นมือใครก็ไม่รู้มายืนโอบข้างหลัง เป็นข่าวหนังสือพิมพ์บ่อยๆ
เมื่อ 26 ธค. 47 เพื่อน ก๊วนเดียวกับพวกเรา คือ คุณ ณัฐทำงานเป็นกัปตันอยู่ที่ โรงแรม สยามซิตี้ พญาไท แล้วย้ายไปทำงานที่ เกาะหลักกระบี่ ได้ถึงแก่กรรมในสึนามิวันที่ 28 ธค. 47ศพ มา กทม สวดที่วัด นาคปรก ตลาดพลู เพราะใกล้บ้าน พวกเรามาครบก๊วนคือ 14 คนเป็นเจ้าภาพสวด พอพระมาสวด ตัวเขาก็เป้นสีแก้วใสสีม่วงลอยออกมานั่งพับเพียบฟังพระสวด เราให้สัญญาณ ว่าเห็นเขาแล้ว แต่ค่อยคุยกันที่หลัง พอจบการสวด แขกเหรื่อกลับหมด เหลือแต่พวกเราและลูกเมียเขา เราก็ตั้งวงหน้าโลง วิญญาณเขาก็ลอยเข้ามาอยู่กลางวง มีการสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเล่าให้ฟังโดยละเอียด และสุดท้ายเขาหันมาสั่งเสียลูกเมีย ทำให้มีการร้องไห้กันอย่างหนัก
ต่อมาอีก 3 วัน จะเป็นวันเผา พอได้เวลา พวกเราก็มาพร้อม ตอนจะเผาจริง ยังมีเวลาอีกประมาณ ครึ่งชั่วโมง พวกเราก็ตั้งแถวสองข้างแบบต้อนรับน้องใหม่ในมหาวิทยาลัย ให้ตรงกลางมีช่องเดิน ผมเป็นคนเกือบสุดท้ายต่อจากนั้นก็เป็นลูกเขาสองคน และภรรยาเป็นคนสุดท้าย พอได้ที่ก็บอกให้เขามา เขาก็มา บอกล่ำลา เพื่อนๆ ทีละคน จนมาถึงผม เราจับมือกัน เขาบอกผมว่า เขาขึ้นไปข้างบนก่อน และในไม่ช้า ผมจะต้องตามขึ้นไป แล้วเราจะลงมาช่วยมนุษย์กันอีกครั้ง แล้วกลับขึ้นไป และจะไม่ลงมาอีก ต่อจากนั้นเขาก็กอดลาลูกสาวและ กอดหอมแก้มภรรยาเป็นคนสุดท้ายก่อนที่จะลอยเดินขึ้นเมรุไป
มีคำถามว่าถ้าาจะถ่ายรูปผี จะติดใหม? ขอตอบว่า ปัจจุบัน กล้องชนิด ดิจิตัลมีความไวต่อคลื่นและพลังงานมาก..ถ่ายติดครับ ชัดเจนด้วย เมื่อ ต้น ธค. 47 มีการประชุมเรื่องพลังจิต ณ ที่ตึกใหญ่แห่งหนึ่งแถวหัวหมาก ที่ประชุมมี ดร. ท่านหนึ่งที่ศึกษาเรื่อง UFOและจานบินทำการวิจัย จนได้รับปริญญากิติมศักดิ์ด้านจานบินและมนุษย์ต่างดาว จากมหาวิทยาลัย ฮาร์วาด อเมริกา ท่านบอกผมว่า ท่านถ่ายรูปจานบินและมนุษย์ต่างดาวไว้เป็นร้อยๆรูปแล้ว ลงทุนซื้อกล้องถ่ายรูปพิเศษและมีเคื่องมือวัดจับผีไว้แล้ว อยากจะถ่ายรูปผี ให้ผมช่วยได้ใหม..ผมตอบโอเค เดี๋ยวตามผมมาถ่ายได้เลย..ที่บอกอย่างนั้นเพราะตอนก่อนหน้านั้น 1 ชั่วโมง ผมเข้ามาในตึกนี้ก่อน ขณะเดินผ่านห้องข้างๆ เห็นผีตัวหนึ่ง ก็เข้าไปดู ปรากฏว่าเป็นคนงานก่อสร้างตกตึกตายเขาบอกว่า เขาหิวมาก ไม่มีใครเอาอะไรมาให้เขากินเลย นานกว่า 10 ปีแล้ว ผมจึงลงไปซื้ออาหารใส่จานมาให้เขากิน เขามีอาการดีขึ้น ผมสัญญากับเขาว่า ผมจะมาที่งาน 4 วัน จะให้อาหารเขาทุกวัน ดูท่าเขาพอใจมาก...ผมก็พา ดร. จานบินมาที่ห้อง มีคนตามมาดูประมาณ10 คน พอมาถถึง ผมก็บอกท่านดร. ให้พร้อมทั้งกล้อง และเครื่องวัด พอได้ที่ ก็บอก ผีว่า " น้องเอ๋ย อาจารย์คนนี้อยากถ่ายรูปเรา ช่วยได้ใหม..เขาคงชอบที่ผมให้อาหารเขา เขาตกลง ผมจึงบอกให้เขามายืนใกล้ตรงหน้า แล้วใช้พลังที่มี อัดอากาศเข้าตัวให้แน่น ดูดความชื้นเข้ามาให้มากที่สุด แล้วปล่อยพลังคลื่นออกทันที ขณะอัดอากาศ ทุกคนสัมผัสได้กับความร้อนของอากาศที่อัด ไอน้ำเริ่มเป็นหมอกจางๆ พอได้ที่ ผม บอก อาจารย์ถ่าย ท่านก็กด 4 แชะ เท่ากับสี่รูป
ความที่เป้นกล้องดิจิตัลรุ่นใหม่ เรามองรูปได้ทันที ทุกคนรีบมามุงดู ภาพผีเหมือนมนุษย์ ยืนจังก้าชัดเจน ทำให้วงแตกทันที ท่านพอใจมาก และเชื่อว่าเป็นของจริง วันต่อมา ท่านอัดรูปผีมาให้ผม 1 ชุด เมื่อได้ผมก็เพ่งดู ทันใด ภาพในรูปค่อยๆชัดขึ้น มีเสียง ถามว่า " ถ่ายชัด ใหม นาย" ผมตอบ" ชัดดีเชียวแหละ" เขาท้วง มา " ไม่เห็นขอบใจสักคำ"...รูปนี้ยังอยู่ที่ผม ใครอยากดู มาดูได้ หรืออยากจะถ่ายรูปผี ก็มา โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องซื้อ อาหารมาให้ผีเขาด้วยเป็นค่าจ้าง...เรื่องผีและวิญญาณ ยังมีอีกยาว
ค่อยต่อวันหลังนะครับ สวัสดี
จากคุณ :
ตาที่สาม
- [
2 มี.ค. 48 23:30:59
]