แฮ่ม...ตั้งกระทู้อย่างนี้ สงสัยคนแห่เข้ามากันตรึม เพราะคิดว่า เราเป็นมนุษย์ต่างดาวซะแล้ว
เปล่า..เค้าเปล่านะตัว แล้วก็ไม่ได้ตั้งกระทู้ดักด้วย จริงๆ เป็นเรื่องที่เอามาจากเว็บไซต์ฝรั่ง ที่อ่านแล้วก็รู้สึกว่า เขามีเสรีภาพที่จะเผยแพร่เรื่องอย่างนี้มากกว่าเราเยอะ
ของเราน่ะ เอาง่ายๆ อย่าง ดร.เทพนม เมืองแมนที่พูดเรื่องนี้ ปรากฏว่าโดนยำซะเละ คุณตาที่สามก็เหมือนกันแหละ ไม่รู้ว่าวันไหน จะมีรายการข่าวทีวี ประเภทถอด...อะไรสักอย่าง (ไม่ใช่ถอดกางเกง) มาแอบทำสกู๊ปเอาไปแฉ ฐานเป็นคนลวงโลก (คราวก่อน คม ชัด ลึกน่ะ ยังไม่แรงค่ะ)
เราถึงได้บอกไงว่า ถ้าอีกหน่อย พูดเรื่องนี้ ศึกษาเรื่องนี้ในบอร์ดไม่ได้ เราจะไปหาอ่านตามเว็บฝรั่งดีกว่า
มีเรื่องที่คนที่นี่เขาบอกว่า แหกตา งมงายเยอะดี!!!
อ้อ แล้วก็เรื่องนี้น่ะ จะมาด่าดิฉันว่าแหกตาไม่ได้นะ ให้ไปด่าฝรั่งเอาเองที่
http://www.world-famous.com/Alternate-Venus/Alien-Life-On-Venus-2.html (ทำลิงค์ไม่เป็นตามเคย แหะ แหะ) จริงๆ นอกจากคนที่เอามาให้อ่านนี้แล้ว ยังมีอีกหลายคน (แต่ภาษาบางตอนมันยากน่ะ) ลองดูที่ http://www.world-famous.com/DavidHamel.html
เอาล่ะ...เตรียมตัวให้พร้อม หนังจะฉายแล้ว แอ่น แอน แอ๊น
*********************************
คำสารภาพของสาวต่างดาว
Confession of an ET
นี่คือเรื่องราวมหัศจรรย์ของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินทางมาจากดาวศุกร์ เปิดเผยให้รู้ถึงการเติบโตขึ้นอย่างชาววีนัส ในร่างของมนุษย์ สัมภาษณ์โดยมาริน่า โปโปวิค นักสำรวจจานบินผู้มีชื่อเสียงชาวรัสเซีย...
คริสติน่าเดินทางจากดาวศุกร์มาอยู่บนโลกของเรา เพราะได้รับการขอร้องให้ร่วมในการทดลองอย่างหนึ่ง เธอมาจากเมืองที่ชื่อว่า Rits บนดาววีนัส ด้วยยานที่สามารถเดินทางผ่านกาลเวลาโดยคลื่นความถี่ และใช้เวลารวมทั้งสิ้น 25 ชั่วโมง การเดินทางเริ่มต้นจากยานแม่แล้วจึงมาเปลี่ยนเป็นยานลูกซึ่งมีขนาดเล็กกว่า เมื่อมาถึงแล้ว เธอก็ได้รับการเลี้ยงดูฟูมฟักโดยพระทิเบต ซึ่งอาศัยอยู่ท่ามกลางขุนเขา ในร่างของเด็กคนหนึ่ง
คริสติน่ากล่าวว่าโลกบนดาวศุกร์นั้นแตกต่างจากที่นี่มาก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่สร้างขึ้นโดยความคิดนึก (หรือโดยจิต) ขณะที่โลกมนุษย์ เราต้องสร้างทุกสิ่งขึ้นด้วยมือของเราเอง และเนื่องจากทุกอย่างบนนั้นสร้างขึ้นด้วยจิต เวลาเรามองดาวศุกร์ผ่านกล้องเทเลสโคป เราจึงมองไม่เห็นอะไรเลยที่มองเห็นหรือจับต้องได้อย่างโลกมนุษย์ของเรา
สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับดิฉันก็คือ การปรับตัวให้เข้ากับร่างกายของมนุษย์ นอกจากนั้น เวลาอยากได้อะไร ก็ไม่ได้ทันทีด้วยความคิดนึก อย่างที่อยู่บนนั้น
เดิมนั้น คริสติน่าไม่คุ้นเคยกับความเจ็บปวดทางกาย แต่ก็ได้พยายามเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความรู้สึกดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังไม่สามารถมองรอบตัวอย่างที่อยู่บนดาวศุกร์ จึงต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับขีดจำกัดทางสายตาด้วย
ตอนนี้คริสติน่ายังติดต่อกับชาวดาวศุกร์อยู่เสมอโดยทางจิต แต่ก็มีการติดต่อทางกายบ้างเป็นบางครั้ง ต่อข้อถามที่ว่า ชาวดาวศุกร์กับชาวโลกต่างกันอย่างไร คริสติน่าตอบว่า
มือของพวกเราจะแหลมกว่า ลักษณะเหมือนเปลวไฟ บริเวณเบ้าตาก็ไม่เหมือน (คริสติน่าชี้ให้ดูโครงสร้างกระดูกรอบดวงตาเธอ) แต่คนบนโลกหลายคนก็มีลักษณะคล้ายๆ แบบนี้ เนื่องจากชาวดาวศุกร์เป็นบรรพบุรุษของชาวโลกหลายคน
คริสติน่ามีพลังในการรักษาอยู่โดยธรรมชาติ แต่ไม่สามารถรักษาโรคที่เกิดแต่กรรมได้
ชาวดาวศุกร์สามารถอ่านใจคนได้ เธอกล่าว (ต่อจากนี้งงแล้ว..ขอยกภาษาปะกิตมาปะทั้งดุ้นแล้วกัน) Our body is manifested as a by product of the non-psychical. Many planets are there in the physical and astral and spiritual. Many planets are manifested by the thought and this is what produces the reality. Venusians exist at the astro body level - they don't exist in the physical levels as we know it. Astral reality is as real as our physical reality. The physical body correlates to all planes levels."
คริสติน่ากล่าวต่อไปอีกว่า ตอนนี้มีเมืองๆ เดียวบนดาวศุกร์ที่มีลักษณะจับต้องได้ (physical) และเป็น astral plain มีลักษณะเป็นทะเลทรายเหมือนเนวาด้า ในบริเวณ astral plain มีต้นไม้เหมือนบนโลกด้วย และดอกทานตะวันที่เรารู้จักกันนั้น ผู้นำมาปลูกบนโลกก็คือชาวดาวศุกร์นั่นเอง
*************************************
จากคุณ :
ใบไม้หนึ่งใบ
- [
8 เม.ย. 48 14:16:20
A:203.144.158.126 X: TicketID:012463
]