CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangGameRoom


    เอกสารโดยความอนุเคราะห์จากคุณ ตาที่สาม (5)

    *** ผมได้เรียบเรียงภาษาไทยเพื่อให้สะดวกต่อเพื่อนสมาชิก  ความถูกต้องของเนื้อหาให้ยึดตามเอกสารต้นฉบับครับ *****


    1. travelling through the body

    การฝึกหัดที่ดีที่สุด ในการเรียนรู้การเห็นภายในคือโดยการผ่อนคลายแบบเต็มที่และดูกายภายในให้ทั่ว
    (travelling through the body)

    อันดับแรกนอนทอดตัวลงไป คลายเสื้อผ้าให้หลวมๆ หายใจลึกๆ และผ่อนคลาย ทำอีกซ้ำๆ

    จากนั้น หายใจเข้าลึกๆ  และเกร็งทั้งตัวอย่างแรงเท่าที่จะทำได้แล้วกลั้นหายใจไว้แล้วผ่อนหายใจออกพร้อมคลายการเกร็งตัว   ทำอีกซ้ำๆ...

    คราวนี้ทำอย่างเดิมแต่ให้เกร็งตัวเพียงครึ่งเดียว...

    จากนั้น ให้หายใจลึกๆและผ่อนคลายโดยไม่ต้องเกร็งตัว โดยทำซ้ำกันสามครั้ง

    จินตนาการเห็นว่าความตรึงเครียดกำลังเคลื่อนออกจากร่างกายเสมือนน้ำผึ้งเหนียวๆไหลสู่พื้นที่รองรับเราอยู่

    ให้รู้สึกว่าหัวใจเต้นช้าลงๆ จนอยู่ในระดับช้าอย่างพอดี..

    จากนั้นให้จินตนาการว่าตัวคุณมีขนาดจิ๋ว เหมือนจุดที่ปลายลำแสง และเข้าสู่กายคุณที่ส่วนไหนก็ได้แล้วแต่เลือก

    ตัวจิ๋วของคุณไหลไปสู่ไหล่ซ้าย และคลายความตึงเครียดในจุดที่ผ่านไป

    จากนั้นตัวจิ๋วของคุณไหลลงสู่แขนซ้ายและเข้าสู่ มือ ให้ผ่อนคลายด้วยความรู้สึกยุบยิบ อบอุ่นและมีพลัง

    แขนซ้ายคุณหนักและอุ่น

    จากนั้นตัวจิ๋วของคุณไหลกลับไปที่แขนซ้าย แล้วลงไปที่ขาซ้าย คลายความตึงเครียดที่ขา จากนั้นไปที่ขาขวา
    แล้วกลับไปที่แขนขวา

    ทั้งกายคุณหนักและอบอุ่น

    จากนั้นเริ่มสำรวจระบบต่างๆในร่างกายด้วยตัวจิ๋วของคุณ

    ไปที่หัวใจ และไหลไปตามกระแสเลือดขณะถูกสูบฉีดไปทั่วร่างกาย สำรวจดูว่าระบบการสูบฉีดดังกล่าวยังทำงานดี หรือมีสุขภาพดีอยู่หรือเปล่า

    จากนั้นไปที่ปอดดูที่เนื้อเยื่อของปอด  แล้วไปที่ระบบย่อยอาหาร ตามสายทางอาหารที่เข้าสู่ร่างกายโดยเริ่มจากปากลงผ่านหลอดอาหารไปสู่กระเพาะ

    ให้ดูว่าสภาพมันเป็นอย่างไร ได้รับพลังงานเพียงพอไหม ปริมาณของเอนไซม์ช่วยย่อยสมดุลหรือไม่

    จากนั้นตามอาหารไปสู่กระเพาะส่วนล่าง ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ สำรวจดูว่าทุกอย่างยังดีอยู่ไหม..

    จากนั้นเข้าสู่ตับ ตับออ่น  ม้าม..ดูว่ามันยังทำงานดีอยู่หรือเปล่า

    ไปที่อวัยวะเพศ ดูว่ามันได้รับการดูแลตามที่มันควรจะได้รับหรือไม่

    ถ้ามีส่วนไหนของร่างกายที่คุณมีความกังวลอยู่ ก็ส่งตัวจิ๋วของคุณไปที่ส่วนนั้นด้วยความรักและพลังงาน

    โดยดูอย่างถ้วนถี่ที่บริเวณนั้น ขาดสิ่งใดก็ให้ตัวจิ๋วจัดการ โดยถ้าต้องทำความสะอาดก็ให้ตัวจิ่วจัดการเสีย หรือถ้าขาดพลังงาน ก็ให้ตัวจิ๋วส่งพลังงานเข้าไป

    เมื่อได้สำรวจและดูแลตัวคุณเป็นที่พอใจแล้ว ก็ให้ตัวจิ๋วกลับสู่สภาพปกติและกลมกลืนไปกับร่างจริง

    คุณสามารถกลับสู่การสำรวจอย่างนี้เวลาไหนก็ได้ตามต้องการ

    นำตัวคุณกลับมาสู่สภาพความตระหนักปกติ แต่ยังอยู่ในสภาพการผ่อนคลายอย่างลึกอย่างมีสติและความเชื่อมั่นในตัวเอง

    คุณได้กำลังสแกนตัวของคุณเอง


    2. Scanning a friend.

    นั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเพื่อนให้คนหนึ่งเป็นคนดู และอีกคนหนึ่งเป็นคนถูกดู

    ทำสมาธิให้จิตใจสงบ แล้วค่อยๆเพ่งไปที่เพื่อนในขณะที่หลับตาอยู่

    จำความรู้สึกที่เหมือนเมื่อคุณสำรวจร่างกายของคุณ

    จากนั้นเพ่งให้เห็นไปตลอดกายของเพื่อนคุณ ซึ่งจะให้ความรู้สึกแตกต่างกันเล็กน้อยเพราะคราวนี้เป็นการสแกนจากด้านนอกของร่างกาย

    แรกสุดเลยทำการสแกนหาพื้นที่บนร่างกายที่อาจจะเป็นปัญหา โดยคุณอาจจะใช้มือช่วยก็ได้แต่อย่าแตะตัวเพื่อนคุณ

    ต่อๆไปคุณจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้มือช่วย

    เมื่อรู้สึกว่าพบพื้นที่บนตัวเพื่อนคุณแล้ว ให้เพ่งไปที่ตรงนั้นมากขึ้น

    เพ่งไปที่อวัยวะตรงส่วนนั้น เชื่อในสิ่งที่คุณเห็น โดยคุณอาจจะได้เห็นสี ลวดลายลาย ความรูสึกบางอย่าง หรือได้รู้สึกสัมผัสเลือนรางกับบางสิ่งบางอย่าง  

    ให้เกิดเป็นภาพขึ้นในหัวคุณ

    เมื่อคุณรู้สึกพอใจแล้วกับสิ่งที่คุณพบ ก็ย้ายไปที่บริเวณอื่นที่น่าสนใจแล้วทำแบบเดิม หรือไม่ก็เริ่มสแกนใหม่

    คุณสามารถสแกนบางส่วนของร่างกาย แต่ถ้าคุณคุ้นเคยกับองค์ประกอบของร่างกาย(ซึ่งคุณควรจะต้องเรียนถ้าต้องการเป็นผู้รักษา-healer) ก็สแกนระบบต่างๆได้เลย และสังเกตุสิ่งที่คุณเห็น

    เมื่อสำรวจจนพอใจแล้ว ค่อยๆกลับมาสู่ตัวคุณและลืมตาขึ้น

    แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในสิ่งที่คุณสามารถเก็บเกี่ยวได้ และสิ่งนั้นๆ สัมพันธ์กับเรื่องที่เพื่อนคุณรู้เกี่ยวกับตัวเขาเองมาก่อนหรือไม่

    มีอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกัน..และคุณสามารถอธิบายได้ไหมว่าทำไม เพราะบางทีคำตอบอยู่ที่สมมุติฐานของคุณ บางทีปัญหานั้นอยู่ในตัวคุณเอง บางที่คุณถูก แต่เพื่อนคุณไม่ทราบมาก่อนในเรื่องที่คุณเห็น

    คราวนี้ให้คุณถูกสำรวจโดยเพื่อนของคุณบ้าง และให้ความร่วมมือกับเพื่อนของคุณเพื่อให้เธอทำง่ายขึ้น

    3. Meditation to open your third eye scanner

    บทฝึกหัดแนะนำโดย Rev.C.B.ครูคนหนึ่งของข้าพเจ้า

    โดยการนอนราบลงไป หรือนั่งหลังตรง ให้อยู่ในลักษณะสบายๆ หายใจลึกๆเข้าทางจมูก ให้อากาศเข้าไปเต็มส่วนท้องน้อย เต็มช่วงกลางและช่วงบนของปอด

    แล้วอ้าปากให้กว้างเท่าที่จะทำได้ ให้ส่วนหลังของลิ้น
    อัดกับส่วนหลังของคอหอย เมื่อปล่อยลมออกทำให้เกิดเสียงเรอ

    ลองทำให้เกิดเสียงเรอยาวๆ เท่าที่ทำได้ เสียงเรอควรเบาๆ ไม่ดังน่าเกลียด  

    อย่าโยกศรีษะไปด้านหลัง ให้ตั้งตรงไว้ แล้วปล่อยลมออกช้าๆ ลมส่วนท้องน้อยออกมาก่อน ช่วงกลาง ช่วงบนของปอด จนหมด

    หายใจเข้าออกอย่างผ่อนคลาย  แล้วทำซ้ำการหายใจแบบเรออีก  

    ขณะที่ปล่อยลมออกให้จินตนาการเห็นลำแสงสีทองเริ่มจากบริเวณกระดูกเชิงกรานด้านหลัง วิ่งขึ้นไปตามกระดูกสันหลังเข้าสู่สมองส่วนกลาง  

    ทำซ้ำสามครั้งพร้อมกับหายใจแบบเรอ

    ต่อไปเพ่งไปที่ด้านหน้าของลำตัวและเห็นลำแสงสีชมพู ทำซ้ำสามครั้งพร้อมกับหายใจแบบเรอ

    สังเกตุว่าลำแสงทั้งสองจะเปล่งแสงรวมกัน และเข้าไปสู่กึ่งกลางของสมอง

    เมื่อคุณได้ฝึกทำเช่นนี้แล้ว อย่าทำซ้ำเกิน สามหรือสี่ครั้งเพราะจะทำให้มึนงงได้

    กรุณาให้ความศรัทธาต่อการฝึกหัดเพราะมันทรงประสิทธิผลมาก

    ทำทุกอย่างอย่างช้าๆ คุณไม่สามารถเร่งการเปลี่ยนแปลงให้เร็วขึ้นในแบบที่กระทำกับวัตถุได้ มันจะไม่ได้ผล แม้ว่าเราส่วนใหญ่หวังจะให้ได้ผล

    หลายครั้งในระหว่างการรักษา ข้าพเจ้าได้หายใจอย่างเร็ว เพื่อช่วยยกระดับการสั่น และพลังงานเพื่อที่ว่าจะสามารถเห็นแสงออราได้ดีขึ้น เห็นแสงออราระดับที่สูงขึ้น และ การส่งผ่านความถี่ที่สูงขึ้นผ่านสนามพลัง

    ในการที่จะทำเช่นนั้นข้าพเจ้าเรอผ่านส่วนบนของลำคอ แต่ด้วยการหายใจสั้นๆและเร็วผ่านจมูก ทั้งนี้เนื่องเพราะข้าพเจ้าได้ฝึกหัดทำมาหลายครั้งมากจึงทำได้อย่างง่ายดาย

    บางครั้งก็ใช้การสูดลมหายใจเข้าออก  ยาว สม่ำเสมอ ต่อเนื่องกันไปโดยไม่หยุดและเรอออกมา เพื่อทำให้รวมศูนย์การเพ่ง  ทำใจให้ใสและให้เกิดสมดุลของสนามพลัง

    ข้าพเราเรียกเทคนิคการหายใจอย่างนี้ว่า  nasal rasp breath

    เมื่อมีการเห็นและการได้ยินเหนือปกติ  เกิดร่วมกัน ข้อมูลที่ได้รับจะมีประโยชน์มากขึ้น.

    Finding the cause of illness...การหาสาเหต ของความเจ็บป่วย ด้วยการย้อนอดีต

    ข้าพเจ้าได้ค้นพบหนทางที่จะรู้สาเหตุของปัญหาทางกายภาพบางอย่าง มันประกอบด้วยเทคนิคสองประการ

    ประการที่หนึ่ง ด้วยการฟื้นความจำในแบบปกติ โดยการระลึกถึงอดีตเมื่อยังอยู่ในวัยที่หนุ่มกว่า แล้ว ที่ อายุ หรือสถานที่ ในช่วงชีวิตนั้น

    ระลึกจำมันไว้ แล้วย้อนระลึกความจำในอดีตที่นานกว่านั้น   ขบวนการภายในอะไรของคุณที่ฟื้นความจำ? มันรู้สึกเหมือนอะไร?

    เมื่อข้าพเจ้าระลึกถึงบางสิ่งในอดีต ข้าพเจ้าใช้จิต
    ในรูปแบบเฉพาะบางอย่าง ข้าพเจ้ารู้ว่าความรู้สึกนั้น เป็นอย่างไร  ข้าพเจ้าจดจำความรู้สึกในรูปแบบใดแบบหนึ่งคือ เป็นภาพ หรือเป็นเสียง

    มันเป็นเรื่อง่ายมากในการระลึกย้อนอดีต เราทำทุกคน เราส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า เราสามารทำเช่นนั้นได้กับเฉพาะตัวของเราเท่านั้น ไม่ใช่ทำเพื่อคนอื่นซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่คับแคบ

    ข้าพเจ้าพบว่าด้วยขบวนการภายในการย้อนกลับสู่ช่วงอดีตเช่นนี้ ใช้อ่าน-รู้ ประวัติของการเจ็บป่วยได้

    ประการที่สอง โดยการใช้การเชื่อมต่อกับปฏิกิริยาทางกายและการเห็นภายใน  คือ ข้าพเจ้าจะเชื่อมต่อกับส่วนของร่างกายที่กำลังสงสัยว่ามีปัญหาด้วย kinesthetic sense

    แล้วนำภาพของบริเวณปัญหานั้นขึ้นมาเพื่อบอกอาการในปัจจุบันจากนั้นก็ย้อนกลับ สู่อดีต ดูประวัติการเจ็บป่วยของ
    บริเวณนั้น เมื่อย้อนกลับสู่อดีตที่ยาวนานขึ้นเรื่อยสุดท้ายก็จะเห็นเหตุของปัญหา

    ตัวอย่างเช่นข้าพเจ้าจะเห็นความเจ็บปวดเกิดขึ้นที่บริเวณร่างกายส่วนนั้นของคนไข้ที่เวลาในอดีตช่วงต้นๆ ของคนไข้  และเห็นความเจ็บปวดอีกอันหนึ่งที่เวลาในอดีตที่นานกว่า และย้อนขึ้นไปเรื่อยๆ...

    ความเจ็บป่วยรุนแรงส่วนมาก เป็นผลมาจากความเจ็บปวดต่อเนื่องอันยาวนานจากอดีต  ข้าพเจ้าเพียงแต่ย้อนกลับไปในอดีตเรื่อยๆ จนถึงเวลาก่อนที่จะเกิดความเจ็บปวด
    เริ่มแรกที่บริเวณนั้น  

    ความเจ็บปวดเริ่มแรกที่เกิดขึ้น เป็นสาเหตุก่อเกิดปัญหาปัจจุบัน

     
     

    จากคุณ : superbat - [ 9 เม.ย. 48 15:31:00 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป