CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangGameRoom


    เหตุเกิดที่วัดท่าซุงเมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีลิงดำยังมีชีวิตอยู่และฉันยังไม่ทันเกิด และฉันเกิดแล้วแต่ไม่ทันท่านมรณภาพ

    ....เรื่องเก็บตกที่จะนำมาเล่าสู่ท่านทั้งหลายได้อ่าน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี เมื่อ ๓๖ ปีที่แล้ว คือเมื่อราว พ.ศ. ๒๕๑๒ ซึ่งตอนนั้นฉันคงอยู่ในท้องแม่อยู่ เพราะฉันเกิดปีระกา เดือนมีนาคม  พุทธศักราช ๒๕๑๓ ดังนั้นเรื่องที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังจึงเป็นเรื่องขึ้นที่วัดท่าซุงเมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีลิงดำยังมีชีวิตอยู่และฉันยังไม่ทันเกิด
    ก็เมื่อฉันยังไม่ทันเกิดแล้วฉันจะไปรู้ได้อย่างไร ก็อย่าเพิ่งคิดว่าฉันจะอวดคุณวิเศษในตัวที่ไม่มี เพราะเรื่องที่จะเล่าต่อ คือเรื่องที่อ่านมานั่นเอง
    เพื่อไม่ให้เสียเวลา...ฉันจะได้นำบทสนทนาและบทคิดในใจระหว่าง พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ กับ พลอากาศตรีมนูญ ชมภูทวีป ที่วัดท่าซุง ซึ่งตัวท่านพลอากาศตรีมนูญ เป็นผู้ถ่ายทอดด้วยตัวท่านเอง ซึ่งฉันนำมาถ่ายทอดต่อดังนี้
    ...เมื่อประมาณปี ๒๕๑๒ ในวันหนึ่งหลังจากที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำฉันอาหารเพลในแพริมน้ำของวัดท่าซุงเสร็จท่านก็ชวนข้าพเจ้าและผู้ติดตามและผู้ติดตามเคลื่อนย้ายจากแพไปยังกุฏิ ระหว่างทางหลวงพ่อได้หยุดยืนใต้ร่มไทรริมแม่น้ำแล้วบอกข้าพเจ้าว่า
    “ณ ที่แห่งนี้บริเวณนี้ ต่อไปในอนาคตจะมีลูกหลานและญาติมิตรสหายของฉันในอดีตชาติ จะกี่ภพกี่ชาติมาแล้วก็ตามที่มาเกิดทันฉันในชาติปัจจุบันนี้ พวกเขาจะพากันหลั่งไหลมาชุมนุม ณ ที่แห่งนี้ เป็นจำนวนหมื่นๆ แสนๆ คน”
    ข้าพเจ้า ในขณะนั้นได้ฟังหลวงพ่อพูดแล้ว ก็ให้นึกสงสารท่านสุดหัวใจพลางรำพึงอยู่ในใจว่า
    “โถ... จะมีใครมาเป็นหมื่นเป็นแสนคน เพราะทุกวันนี้ก็ดูเหมือนจะมีแต่ผู้คนในชุดของข้าพเจ้าเท่านั้นที่มาหาหลวงพ่อ”
    หลวงพ่อฤาษีลิงดำเห็นอาการอันเงียบสงบและแววตาของข้าพเจ้าแล้วก็คงจะทราบว่า ในใจของข้าพเจ้านึกคิดอย่างไร หลวงพ่อได้เมตตากล่าวต่อไปว่า
    “ฉันนั้นได้เคยปรารถนาพุทธภูมิไว้ ถ้าหากฉันดำรงเตนาเดิมนี้ไว้ฉันจะมาเกิดในโลกนี้ถึง ๗ ชาติจึงจะได้พบได้อุปการะลูกหลานตลอดจนญาติมิตรสหาย ที่เคยเกี่ยวข้องผูกพันกับฉันมาในอดีตชาติได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นภาระที่หนักมาก ฉันเองก็เบื่อหน่ายโลกมนุษย์นี้เต็มที ฉันจึงได้ขอลาพุทธภูมิไม่ขอเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตอันไกลโพ้น ฉันขอเอาชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของฉัน ดังนั้นภาระของฉันในชาตินี้จึงมีมาก เพราะจะต้องช่สวยลูกหลานญาติมิตรสหายที่เคยเกิดร่วมภพร่วมชาติกับฉันมาในอดีตชาติ และพวกเขาได้มาเกิดทันฉันในชาติปัจจุบันนี้ทั้งหมดให้พวกเขาทุกคนพ้นจากอบายภูมิด้วย
    หากผู้ใดมีบุญบารมีก็จะได้ไปถึงพระนิพพาน หากผู้ใดบุญบารมียังน้อยก็จะพยายามให้พวกเขาสร้างบุญกุศลเพื่อไปพักในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ไว้ก่อน เมื่อพระศรีอาริย์มาตรัสรู้ในโลกแล้ว พวกเขาก็จะลงจากสวรรค์ดาวดึงส์มาเกิดเป็นมนุษย์ในสมัยของพระศรีอาริย์พอดี ด้วยวิธีนี้ก็จะช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นพ้นจากอบายภูมิไปได้ แต่กุศลผลบุญหนักที่จะช่วยให้ไปอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ก็คือการถวายสังฆทานและการสร้างวิหารทานมาก บริเวณวัดท่าซุงที่รกร้างรุงรังซอมซ่อในขณะนี้จะไม่พอ ฉันจะต้องขยายวัดให้กว้างใหญ่ออกไปทางดงไผ่หนาทึบฝั่งตรงข้ามกับวัดท่าซุง”

    เป็นอันจบเรื่องที่ฉันเองก็ไม่ทันเกิด แถมเกิดแล้วก็ไม่ทันท่านมรณภาพ เพราะฉันเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๕ พอปลายปี พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีลิงดำก็มรณภาพ ระหว่างนั้นฉันไม่เคยรู้จักพระเดชพระคุณหลวงพ่อมาก่อน จึงไม่เคยได้พบและกราบสนทนา ทั้งที่บ้านสายลมหรือที่วัดท่าซุง จึงไม่ได้มีโอกาสกราบเรียนถามสิ่งที่สงสัยในปัจจุบันกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ อย่างที่พลอากาศตรีมนูญ ได้สนทนาใกล้ชิดในขณะสมัยนั้น เพราะเมื่อรู้จักชื่อรู้จักนามพระเดชพระคุณหลวงพ่อเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ท่านก็ได้มรณภาพไปเสียแล้วนั่นเอง จึงได้แต่นำเรื่องที่ว่า เหตุเกิดที่วัดท่าซุงเมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีลิงดำยังมีชีวิตอยู่และฉันยังไม่ทันเกิด และฉันเกิดแล้วแต่ไม่ทันท่านมรณภาพ มาถ่ายทอดต่อ แทนที่จะเก็บความสงสัยไว้แต่ในใจ..

    จากคุณ : ศรีวรุณะอิสโร - [ 24 เม.ย. 48 11:34:59 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป