CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangGameRoom


    พี่น้องคะ...โพสรอบสามแล้วค่ะ - - "

    กับความพยายามที่จะเอาเรื่องเก่าของมะนาวต่างดุ๊ดมาเล่าใหม่...มานอารายกานนักกานหนา...ถ้ารอบนี้โพสไม่ผ่านอีก...ฮื้ออออๆๆๆ    
    -
    -
    -
    -
    -
    -
    -
    -
    -
    -
    -
    -
    ----------*----------*------ก้อจาโพสมานอยู่หยั่งเงี้ย !!!


    ..........................................................................

    ***   เรื่องจริงที่ รอสเวลล์   ***

    http://www.konmeungbua.com/webboard/aspboard_Question.asp?GID=4725

    ------------------------------------------------------------

    ในเช้าตรู่ของวันที่ 5 กรกฏาคม 1947 แม็ค บราเซล เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ในโคโรนา เขตนิวเม็กซิโก ได้เปิดเผยว่า เมื่อเขาเดินทางไปถึงใจกลางไร่ ได้พบเศษโลหะกระจายเกลื่อนกลาดดูราวกับมีบางสิ่งบางอย่างขนาดใหญ่มากตกลงมาจากท้องฟ้า สังเกตได้ว่าเศษเหล็กหรือโลหะกระจายเป็นอาณาบริเวณกว้างราว 300 ฟุต และยาวราว 3 ไมล์ ชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายเป็นบริเวณกว้านั้น มีทั้งที่เป็นลวดชิ้นเล็ก ๆ และเป็นแผ่นโลหะบางเบาแต่เหนียวและทนมาก สามารถพับไปพับมาได้ราวกับเป็นแผ่นกระดาษ นอกจากนั้น ยังมีเศษโลหะที่ค้ายกับกระดาษฟอยล์สีตะกั่วกระจายทั่วไป

    ในตอนแรก เขาไม่ทราบว่าสิ่งที่เขาพบเห็นเป็นอะไร เขาได้หยิบเอาตัวอย่างเศษโลหะสามชิ้นไปให้เพื่อนบ้านที่อยู่ห่างไกลจากบ้านเขาสิบไมล์ได้ดู ปรากฏว่า เพื่อนบ้านต่างก็แนะนำให้เขานำเข้าไปในเมืองรอสเวลล์ ซึ่งเขาได้ปฏิบัติตาม โดยได้นำไปให้จอร์จ เอ. วิลค็อกซ์นายอำเภอ รอสเวลล์ได้พิจารณาดู ซึ่งตอนแรกนายอำเภอไม่ค่อยสนใจเท่าใดนัก เขาได้แนะนำแม็คให้โทรศัพท์ติดต่อไปยังกองบินทหารอากาศรอสเวลล์ดูจะเหมาะสมกว่า


    ทันใดนั้นทางกองบินได้ส่งทหารมายังที่ว่าการของนายอำเภอ และรับหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบทันที โดยเป็นนายทหารอากาศสองนายและพลเรือนคนหนึ่ง ซึ่งได้แสดงตัวเป็นสมาชิกหน่วยต่อต้านข่าวกรองของกองทัพ พวกเขาเดินทางไปถึงจุดหมายดังกล่าวเป็นช่วงเวลาเย็น จึงจำเป็นต้องพักค้างคืนที่กระท่อมเล็ก ๆ ซึ่งไม่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำ จวบจนกระทั่งรุ่งเช้าจึงได้เดินทางไปยังบริเวณที่แม็ค บราเซลอ้างว่าพบเศษโลหะประหลาดกระจายเกลื่อนกลาด


    ซึ่งต่อมานาวาอากาศตรีมาร์เซลได้กล่าวว่า เศษโลหะและวัตถุประหลาดต่าง ๆ นั้น เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน มีลักษณะเบา เท่ากับกระดาษหนังสือพิมพ์ เบาราวกับขนนก แต่เหนียว ทนทานมาก ใช้ค้อนขนาดใหญ่ทุบให้เป็นรอย แต่เพียงเสี้ยววินาที ก็คืนรูปเดิม เผาไฟก็ไม่ลุกไหม้


    ต่อมานาวาอากาศตรีเจสส์ เอ. มาร์เซล และตัวแทนจากหน่วยสืบรายการลับซ้อน ได้ช่วยกันเก็บเอาเศษโลหะใส่รถจี๊ปขนาดเล็ก กว่าจะหมดก็ใช้เวลาค่อนวันเลยทีเดียว จากนั้นก็ลำเลียงต่อไปยังรอสเวลล์ ส่วนแม็ค ขอแยกตัวเข้าไร่ปศุสัตว์อีกระยะหนึ่ง ช่วงระหว่างทางที่มุ่งไปสู่กองบิน นาวอากาศตรีเจสส์ได้แวะที่บ้าน และได้นำเศษโลหะประหลาดหลายชิ้นไปอวดภรรยาและบุตรชาย เนื่องจากเห็นว่าเป็นของแปลกและไม่มีใครพบเห็นมาก่อน เขาต้องการให้ภรรยาและบุตรชายได้เห็นเป็นบุญตาก่อนทีใครบางคนจะแย่งไปเก็บไว้โดยอ้างว่าเป็นเรื่องลับสุดยอด


    บุตรชายของนาวาอากาศตรีเจสส์นึกขึ้นได้ในภายหลังว่า เศษโลหะรูปตัวไอหลายชิ้นมีรอยแกะสลักเป็นภาษาเขียนประหลาดที่ไม่ใช่ภาษาของมนุษย์ในโลก หากพิจารณาอีกในลักษณะหนึ่ง ภาษานั้นเป็นสัญลักษณ์คล้ายคลึงกับรูปร่างเรขาคณิตมากกว่าที่จะเป็นภาษาใด ๆ ตกตอนเย็นเขายังนั่งดูเศษโลหะบางส่วนที่วางเต็มโต๊ะอาหาร พินิจพิเคราะห์อย่างใกล้ชิด


    ในวันต่อมาเรืออากาศโทวอลเตอร์ โฮท เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์แห่งกองบินทหารอากาศรอสเวลล์ ได้ให้ช่าวจนทำให้ชาวโลกตื่นตระลึงและสนใจเป็นอย่างยิ่ง เขากล่าวว่า เขาไม่มีโอกาสเห็นซากหรือบริเวณดังกล่าว แต่เชื่อว่าคงมีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ่อย่างแน่นอน ซึ่งก็ไม่ทราบแน่ชัดว่ามันคืออะไร ต่อจากนั้นนาวาอากาศตรีเจสส์ได้รับคำสั่งให้นำซากโลหะประหลาดไปยังกองบัญชาการกองบินทหารอากาศหน่วยที่แปดที่ฟอร์ทเวิร์ธ


    ทันที่ที่เครื่องบินจอดก็มีกำลังทหารติดอาวุธกระจายกำลังล้อมรอบ และได้ลำเลียงเศษซากโลหะประหลาดขึ้นไปยังเครื่องบินอีกลำหนึ่ง เพื่อส่งต่อไปยังศูนย์ข่าวกรองเกี่ยวกับเทคนิคทางอากาศ ที่กองบินทหารอากาศไรท์ฟิลด์ ส่วนกัปตันและลูกเรือเครื่องบินที่บินมาจากกองบินทหารอากาศรอสเวลล์ ได้รับคำสั่งให้บินกลับไปยังกองบิน และให้ลืมเรื่องดังกล่าวที่ได้พบเห็นโดยสิ้นเชิง


    ข่าวจากหนังสือพิมพ์กว่าสิบสองสำนักพิมพ์ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวันที่ 9 และวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 1947 รายงานว่า พลอากาศจัตวาโรเจอร์ เรมีย์ ผู้บัญชาการกองบินทหารอากาศที่ 8 และนายทหารผู้ใกล้ชิด ได้เปิดเผยว่า ซากเศษโลหะดังกล่าวนั้นเป็นซากบอลลูนตรวจอากาศที่ตกลงมายังพื้นโลก


    เรื่องราวกลับประหลาดยิ่งขึ้นเมื่อชายคนหนึ่ง ชื่อเกรดีย์ แอล บาร์นีย์ บาร์เนตต์ ได้กล่าวอ้างว่าเขาได้พบซากเศษโลหะของจานบินอีกลำหนึ่ง ขณะนั้นเขากำลังทำงานอยู่ในบริเวณใกล้ที่ราบซานอกุสติน ซึ่งชาวบ้านในแถบนั้น เรียกว่า "ที่ราบไร้วิญญาณ" เป็นที่น่าสังเกตว่า บริเวณดังกล่าวนี้ห่างจากไร่ปศุสัตว์ของแม็ค ประมาณ 120 ไมล์


    ไม่เพียงแต่บาร์เนตต์เท่านั้นที่พบเห็นจานบิน บังเอิญนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่งขับรถผ่านมาพอดี ซึ่งบาร์เนตก็ลืมถามว่าพวกเขามาจากมหาวิทยาลัยใด สิ่งสำคัญก็คือ พวกเขาได้เห็นศพมนุษย์ประหลาดนอนตายอยู่รอบ ๆ จานบินด้วย

    ต่อมาบาร์เนตต์ได้อธิบายว่า ศพมนุษย์ประหลาดนั้นรูปร่างคล้ายสัตว์ตัวเล็ก แต่มีศีรษะใหญ่คล้ายรูปผลแพร์ แขนและขาผอมมาก และที่น่าสังเกตุก็คือไม่มีขน ศพทั้งหมดสวมชุดคล้ายเกราะเหล็กสีเทา ได้สัดส่วนพอเหมาะ เป็นชุดที่ไม่มีกระดุมและซิป ต่อมาทหารก็มาถึง พวกเขาสั่งให้บาร์เตต์และกลุ่มนักโบราณคดีถอยห่างออกไปจากยานบินลำนั้น และนายทหารที่เป็นหัวหน้าได้กำชับว่ามันเป็นหน้าที่ที่ทหารต้องรับผิดชอบ และห้ามทุกคนนำเรื่องที่พบเห็นไปบอกใครเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะเดือนร้อน ให้ลืมเรื่องดังกล่าวให้หมด บาร์เนตต์จึงจำเป็นต้องปกปิดเรื่องที่พบเห็นเป็นความลับไม่แพร่งพรายให้ใครรู้แม้แต่ภรรยา ญาติมิตร หรือแม้กระทั่งผู้บังคับบัญชา


    ในปี 1978 นักค้นคว้าจานบินหลายคนลงความเห็นว่า ซากโลหะประหลาดที่แม็ค บราเซลพบมีความเกี่ยวพันกับยานอวกาศและศพมนุษย์ต่างพิภพที่บาร์เนตต์พบอีกแห่งหนึ่งแน่นอน ซึ่งเขาได้สันนิษฐานว่ายานตกลงมาต่างหาก ส่วนมนุษย์ต่างดาวคงดีดตัวออกมาจากตัวยานก่อนจะลงมาถึงพื้นโลก หรืออาจเสียชีวิตเนื่องจากหนีออกจากห้องที่แยกออกจากตัวยานไม่สำเร็จ และบริเวณที่ยานลำนั้นตกลงมาคงอยู่ใกล้ที่ราบซานอกุสติน


    สตริงฟิลด์ยังได้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับการปิดข่าวเกี่ยวกับศพมนุษย์ต่างดาวอีก นั่นคือ นอร์มา การ์ดเนอร์ ซึ่งเคยทำงานเป็นพนักงานพิมพ์ดีดกับฝ่ายแลกเปลี่ยนเอกสารลับสุดยอดที่กองบินทหารอากาศไรท์ แพต


    ...........................................................................


    เปิดเผยความลับของมนุษย์ต่างดาว

    ------------------------------------------------------------


    นับตั้งแต่เหตุการณ์ข่าวจานบินตกที่รอสเวล[Roswell incident] ใกล้ฐานทัพรอสเวลและสถานที่ทดลอง อาวุธนิวเคลียร์ ของสหรัฐในรัฐนิวเม็กซิโก เมื่อเดือนกรกฎาคมปี คศ 1947 ที่ทำให้คนอเมริกันในสมัยนั้น พากันตื่นตระหนกตกใจจะผ่านมาเป็นเวลากว่า 50 ปี และแม้ว่ารัฐบาลสหรัฐแถลงว่ามันเป็นเพียง บอลลูนที่ตกลงมาไม่ใช่จานบินแต่อย่างใด แต่ถึงวันนี้คนอเมริกันและคนทั่วโลกจำนวนไม่น้อยก็ยังปักใจเชื่อว่า จานบินได้ตกลงมาที่รอสเวลจริง


    หลังจากปี คศ. 1947 ได้มีรายงานข่าวการพบเห็นวัตถุบินทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา รัฐบาลสหรัฐได้ทำการศึกษารายงานการพบเห็นวัตถุบินหลายโครงการ ผลสรุปชี้ว่าไม่มีจานบินมาเยือนโลก ของเราหรือพูดอีกแบบสิ่งที่เห็นมันไม่ใช่จานบินจากต่างดาว กองทัพอากาศสหรัฐจึงได้เรียกขานวัตถุบิน ที่เห็นว่า Unidentified Flying objects หรือ UFOs


    อย่างไรก็ดีความหมายของยูเอฟโอของ นักยูเอฟโอวิทยาก็คือยานต่างดาว แต่ก็ยังมีคนที่สนใจเรื่องนี้ จำนวนมาก และไม่เชื่อในคำพูดของรัฐบาลสหรัฐ พวกเขาพาเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐปกปิดความจริง


    ...........................................................................


    และในภาพนี้คือแผนที่แสดงถึงบริเวณวัตถุบินลึกลับตก...

     
     

    จากคุณ : ระนาดแก้ว - [ วันฉัตรมงคล 00:27:07 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป