อันนี้ไปเอามาจากหนังสือ "ระลึกชาติ" ของ อ.ชนาธิป ศิริปัญญาวงศ์ หนังสือเล่มนี้เขียนเกี่ยวกับการสะกดจิตรักษาโรคและระลึกชาติ มีอยู่ตอนนึงเขียนเกี่ยวกับสะกดจิตเห็นอนาคตเห็นว่าน่าสนใจก็เลยเอามาให้อ่านกัน จะตัดไปตอนที่สะกดจิตไปเห็นอนาคตเลยล่ะกัน
หลังจากที่ได้รู้เรื่องราวในอดีตชาตินั้นแล้วเธอก็ยังไม่ตื่นจากภวังค์ ผมก็ถามเธอไปเรื่อย ๆ จนไม่รู้ว่าจะถามอะไรต่อดี เลยแกล้งถามว่าแล้วชาติหน้าเธอไปเกิดเป็นอะไร ซึ่งตอนที่ถามก็ไม่คิดว่าจะได้คำตอบ เพราะมันเป็นเรื่องของชาติหน้าที่ไม่เคยมีใครเขาพูดถึงกันว่าจะสะกดจิตไปล่วงรู้มาได้
"ก้าวข้ามไปดูอนาคตสิ อีก 200 ปีข้างหน้าเป็นยังไงบ้าง"
"200 ปีข้างหน้า คุณทำอะไรอยู่" ผมสุ่มถามไปอย่างนั้นแหละ ไม่คิดเหมือนกันว่าเธอจะตอบได้
แต่ปรากฏว่าเธอตอบได้ เธอบอกว่าชาติหน้าเธอเกิดเป็นฝรั่ง เธอกับสามีชาวฝรั่งกำลังขับรถไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศ รถที่เธอนั่งอยู่นั่นแบนมากๆ เหมือนจะบางติดถนนอะไรประมาณนั้น ผมก็ถามว่ารถยี่ห้ออะไร เธอบอกว่าเธอไม่รู้จัก แต่อธิบายรูปร่างของโลโก้ให้ผมฟังได้ว่ามันเป็นรูปสี่เหลี่ยมวางเฉียงขึ้นเป็นมุมแหลม ซึ่งเท่าที่ผมฟัง ผมว่ามันต้องเป็นรถยี่ห้อเรโนแน่ๆ แสดงว่าอีก 200 ปีข้างหน้ารถยี่ห้อเรโนยังมีอยู่
แต่พอเลิกตื่นเต้นผมก็คิดได้ว่ามันเป็นเรื่องในอนาคตที่ไกลมากๆ แล้วจะพิสูจน์ได้ยังไงว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า คราวนี้ผมเลยตั้งเงื่อนไขใหม่ ให้เธอไปดูอนาคตอีก 2 ปีข้างหน้า
"อีก 2 ปีขัางหน้า เกิดอะไรขึ้นบ้าง" ผมถาม
เธอบอกว่าอีก 2 ปีข้างหน้า พ่อเธอจะหนีออกจากบ้าน และไม่ยอมกลับมาเจอหน้าใครที่บ้านอีกเลย และสุดท้ายพ่อเธอก็ตายโดยที่คนในบ้านไม่มีใครรู้เรื่อง และไม่มีใครได้ทำศพให้พ่อเลย
หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้ไปเรียนต่อเมืองนอก ตามแฟนไปเรียนต่อ เธอเห็นภาพวันที่เธอเดินทางได้ชัดแจ๋ว เธอจำได้หมดว่าวันนั้นมีใครไปส่งเธอที่สนามบินบ้าง แต่ละคนแต่งตัวยังไง ใส่เสื้อสีอะไร เธอเห็นหมด ซึ่งผมก็จดบันทึกเก็บเอาไว้ทั้งหมด
ส่วนทางด้านครอบครัวของเธอ น้องชายเธอจะได้แฟนคนปัจจุบันเป็นภรรยา แต่ไม่ได้แต่งงานกัน ส่วนตัวเธอเองหลังจากที่ไปอยู่กับแฟนที่เมืองนอกได้ประมาณปีหนึ่งพอเล่าถึงตรงนี้เธอก็เงียบไปสักพัก
แล้วก็พูดต่อไปว่าพอผ่านไป 10 ปีเธอก็ต้องนั่งเครื่องบินกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง มางานศพแม่ของเธอ ซึ่งเธอบอกว่าเมืองไทยในปีนั้นเศรษฐกิจดีมากๆ กำลังรุ่งเรืองเลยหลังจากเสร็จงานศพเธอก็กลับไปทำมาหากินอยู่ที่เมืองนอกกับแฟนของเธอ
พูดถึงเรื่องแฟนของเธอ เธอยังบอกอีกว่าแฟนเธอคนนี้ตามเธอมาหลายชาติแล้ว ตั้งแต่ชาติที่เธอเกิดเป็นนายคริสเตียน รอเลนท์ผู้พิพากษา แฟนของเธอคนนี้ก็เกิดเป็นม้าที่เธอขี่ พอมาชาตินี้ก็เลยมาผลัดกันขี่ และชาติหน้าที่เธอเห็นว่าเธอกับแฟนเธอนั่งรถไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศด้วยกัน แฟนเธอก็คือแฟนคนปัจจุบันของเธอนี่แหละ
ส่วนเรื่องที่เธอเงียบไประหว่างอยู่ในภวังค์ พอออกจากภวังค์เธอเล่าให้ผมฟังว่า เธอเห็นภาพเธออุ้มเด็กผู้ชายหลังจากที่เธอไปอยู่กับแฟนที่เมืองนอกเพื่อเรียนต่อได้ไม่ถึงปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอรับไม่ได้อย่างมาก เธอรับตัวเองไม่ได้ที่ท้องเร็วมาก ทั้ง ๆ ที่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ แถมร้ายไปกว่านั้นคือเด็กที่เธออุ้มเป็นเด็กผู้ชาย คือเธอเคยคิดเอาไว้เล่นๆ ว่าถ้ามีลูกเธออยากจะมีลูกผู้หญิง พอเห็นว่าตัวเองมีลูกคนแรกเป็นผู้ชายก็ยิ่งรับไม่ได้ไปกันใหญ่ เธอเลยไม่กล้าพูดออกมาตอนนั้น เพราะกลัวว่าพูดแล้วมันจะเป็นจริง
ฟังดูอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล เป็นเรื่องเพ้อเจ้อแต่พอดีว่าเรื่องทั้งหมดมันได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว เพราะนับตั้งแต่วันนั้นมาถึงวันนี้เวลามันผ่านมาเกิน 2 ปีแล้ว
ทุกวันนี้เธอใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกกับแฟนของเธอจริง
น้องชายของเธอได้แฟนคนนั้นเป็นภรรยาโดยไม่ได้แต่งงานจริง
ผ่านไปจากวันที่เธอรู้อนาคตได้ 2 ปี พ่อเธอก็หนีออกจากบ้าน และหายสาบสูญไปจนถึงวันนี้จริง
วันที่เธอไปเรียนต่อเมืองนอกคนที่ไปส่งเธอ เป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกับที่เธอเห็นจริง เพียงแต่ต่างกันที่เสื้อผ้าที่ใส่มา สีสันต่างกันบ้าง
และที่ต่างอีกอย่างก็คือเวลาผ่านมาเกินกว่าที่เธอเห็นว่าตัวเองมีลูกแล้ว แต่วันนี้เธอยังไม่มีลูก นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าเธอมีโอกาสได้รู้ตัวล่วงหน้า จึงพยายามที่จะป้องกันไม่ให้สิ่งที่ไม่ต้องการเกิดขึ้น ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์จากอนาคตที่ได้ไปล่วงรู้มา อะไรที่ไม่ชอบก็สามารถป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นได้
แต่สิ่งที่ผมสงสัยก็คือ อนาคตเป็นสิ่งที่ถูกลิขิตเอาไว้แล้วหรือ
เราถึงสามารถล่วงรู้อนาคตของตัวเองได้ เพราะการสะกดจิตเป็นการเปิดจิตใต้สำนึก เพื่อล่วงรู้สิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึก ซึ่งถ้าเป็นเรื่องของอดีตนั้นยังพอเข้าใจกันตามกระบวนการที่ได้อธิบายเอาไว้ในขั้นต้น แต่หากเรื่องของอนาคตถูกบรรจุเอาไว้ในจิตใต้สำนึกด้วย นั่นแสดงว่าชีวิตเราถูกกำหนดเอาไว้ทุกชาติแล้วเหรอ นี่คือสิ่งที่ผมยังสงสัยอยู่
เคสตัวอย่างในเรื่องของการล่วงรู้อนาคตสำหรับผมยังไม่มากพอ ทำให้ยังไม่สามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซนต์ว่าการสะกดจิตสามารถล่วงรู้อนาคตได้ แต่จากการพิสูจน์ของเคสนี้ก็ยากที่จะปฏิเสธได้ว่ามันไม่จริงเหมือนกันนะ หรือคุณคิดว่าไง
จากคุณ :
อากิระ
- [
3 มิ.ย. 48 00:30:18
A:58.10.77.126 X: TicketID:072209
]