CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    " บ้านเกิด "

    บทประพันธ์ของครูเหม เวชกร อีกเรื่องหนึ่ง...ที่ดิฉันนำมาเล่าสู่กันฟังนี้ อยู่ในหนังสือชุด " ภูตผีปีศาจไทย " 100 ปี เหม เวชกร จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิริยะ ขณะที่ภาพประกอบมาจากเว็บไซต์ วิชาการดอทคอม...ขอบคุณค่ะ

    http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=18&Pid=34590

    ..............+++++++++++........+++++++++++.....+.

    การเทียวไปเทียวมาที่เมืองระยอง...ทำให้ผมต้องไปขึ้นรถเมล์ที่หัวลำโพงบ่อยๆ จึงได้พบกะคนอยุธยาที่เขารู้จักผมเข้าพอดี เขาบอกข่าวว่ายายผมเจ็บหนักผมใจหายวาบ...ผู้มีพระคุณเจ็บหนักจะมัวทำงานอยู่อีกไม่ได้จะต้องรีบไปเยี่ยมท่าน แม้ว่าผมจะมีความขุ่นข้องหมองใจกะผู้หญิงบ้านนั้นก็จำต้องไป...จะทำไม่รู้ไม่ชี้เสียพักหนึ่ง ถือเอาว่าผู้ที่เลี้ยงเรามาแต่เล็กแต่น้อยสำคัญกว่า ทางนี้ก็มีพี่ใหญ่และน้าเกื้อเป็นห่วงเป็นใยและอาลัยผมอยู่มาก ผมเองก็อาลัยเขามากมายเช่นกันเพราะเคยนอนเคยกินด้วยกันเสมอมา...แต่มันจำเป็นจำใจจริงๆ ต้องจากไปชั่วคราว หน้านี้เป็นหน้าแล้งการเดินทางด้วยเรือจนถึงบ้านผมนั้นไม่ตลอด จะต้องเดินทาง...ทางเรือไปสุดทางเท่าที่จะไปสุดแค่ไหนแล้วเดินทางบกต่ออีกที เรื่องการเดินทางในทุ่งก็คุ้นเคยมาแต่หัวเท่ากำปั้นจะกลัวอะไรอีก ผมจึงออกเดินทางทอดแรกไปรถไฟลงที่อยุธยา แล้วลงเรือต่อเข้าไปคลองบางสะแกสู่อำเภออุทัยต่อเข้าไปอีก...จนสุดทางน้ำที่จะไปได้ที่ทุ่งนางชี เสียเวลากินอาหารบ้างเรื่อยๆ มาถึงทุ่งนางชีจึงบ่ายมาก กว่าจะถึงบ้านแม้จะค่ำก็เคยทางดี

    พอย่างเท้าเหยียบทุ่งก็ถอนใจยาว...แต่ไม่ใช่ถอนใจเพราะท้อถอยการจะต้องย่ำทุ่งอีกหลายทุ่งกว่าจะถึงบ้าน แต่มันถอนใจออกมาเองอย่างบอกไม่ถูกว่าเป็นเพราะอะไร อาจจะเกิดจากการทิ้งทุ่งไปเสียนานๆ พอมาได้กลิ่นซังข้าวแห้งกลางนาเสียงนกร้องและกลิ่นสาบควาย มันก็ถอนใจออกมาเฉยๆ เวลานี้ได้มาเหยียบแดนเดิมบ้านเกิด...เคยทุ่งมาแต่เล็กก็ย่ำทุ่งมันอีกการเดินทางแม้จะไกลมากจะไปย่อท้ออะไรกะมัน ไปอยู่บางกอกใช่ว่าจะทำงานนั่งโต๊ะอย่างเขาอื่นเมื่อไหร่มันก็ไปสู่งานหนักอย่างเคย งานทำถนนน่ะมันหนักกว่าการเดินเป็นไหนๆ ผมเดินดุ่มไปคนเดียวไม่ได้พบกะใคร ถึงจะพบก็ไม่รู้จัก เพราะว่าทุ่งแถวนี้นานๆ จะผ่านมาสักคราว...เด็กเลี้ยงควายมันมองผมเพราะเห็นแต่งกายเรียบร้อยกว่าชาวบ้านนา ผมก็มองดูมันและยิ้มให้กะมันเพราะงานที่มันทำอยู่น่ะ มันก็งานที่ผมเคยทำมาแล้ว นึกๆ อยากจะเป็นอย่างเก่าอีกบนหลังควายมันก็เป็นที่รื่นรมย์ที่เคยมา พอนึกถึงควายก็ถอนใจออกมาอีกโดยไม่รู้ตัว หวนไปนึกถึงเด็กหญิงรุ่นๆ กัน...ที่เคยนั่งหลังควายมาด้วยกันแล้วมันสลัดรักไปรักคนอื่นอย่างใจดำ แต่คราวนี้จะต้องพบหน้ากันผมจะวางหน้าอย่างไร อ้ายคนแพ้รักจะทำหน้าด้านหน้าทนกะมันในท่าไหน...นึกแล้วท้อใจ

    ถึงหัวตะโกก็พอแดดร่มลมตก คิดถึงพี่ใหญ่จริงๆ เราเคยดื่มเหล้าด้วยกันแล้วป่านนี้ เลยหยุดพักกลางทุ่งงัดเอาขวดเหล้าในกระเป๋าเดินทางออกมาดื่มเสียพอแก้กระหาย แล้วจึงเดินต่อไปอย่างสบาย...เดินอย่างไม่เร่งร้อนนักคิดว่าถึงบ้านมืดค่ำเสียก็ดี จะได้ไม่ต้องวางหน้าวางตาอะไรกันละนังแฟง สักครู่ก็ผ่านเข้าทุ่งบ้านสนามทองและแล้วก็ย่างเข้าบ้านโคกกรวด นับเวลาที่จากบ้านนี้ไปเกือบจะสองปีเพิ่งจะได้เคยไปไหนคนเดียว เคยไปไหนก็มีพี่ใหญ่ไปด้วยเสมอเกิดมาร่อนเดี่ยวเลยวังเวงใจ...พอถึงทุ่งหนองอ้ายด่างผมก็เดินชิดชายทุ่ง เหลือบไปชายหมู่ไม้ก็เห็นมีคนเดินบ้าง จูงควายกลับบ้านบ้างทำให้คิดถึงชีวิตเดิม ก้มหน้าเฉื่อยเรื่อยมาจนเย็นมากแล้วก็เข้าบ้านระเขน เห็นคนยืนอยู่โคนไม้ชายทุ่งคนหนึ่งผมก้มหน้าเดินผ่านไป...

     
     

    จากคุณ : ระนาดแก้ว - [ 26 ส.ค. 48 18:37:51 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป