***ปล.เรื่องนี้โปรดใช้วิจารณญาณส่วนตัวนะคับ แต่ผมเล่าเรื่องที่เกิดจริงกับผมให้ฟังมิได้แต่เติมแต่อย่างใดคับ
****
ของผมนี้ไม่รู้จะเข้าข่ายเปล่านะคับ แต่เป็นเรื่องที่เกิดกับตัวผมเองคับ คือตัวผมเองเนี่ยเป็นคนไม่เคยเจอเรื่องผีเลยคับถือว่าโชคดีแต่มักจะเห็นพวกเดจาวูบ่อยๆคับ จัดว่าบ่อยพอสมควรที่เดียวแต่เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณืที่ใกล้กับการเจอผีมากที่สุดแล้วมั้งคับ คือเหตุการณ์เป็นเหตุการณืที่ผมไปเข้าค่ายรด. ณ เขาชนไก่ซึ่งกลายๆคนคงเคยไปคับ แต่วันก่อนไปนะคับมันน่าแปลกคับคือมีเพื่อนๆที่จะนั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปขึ้นรถขนส่งทหารไปค่ายที่เขาชนไก่ในตอนเช้าได้มานอนที่บ้านผม 3 คนคับ รวมถึงตัวผมด้วย ซึ่งเราทั้งสามคนก็ได้เจอเหตการณืแปลกๆกันทั้งสามคนเลยคับ คือคนแรกคับเพื่อนผมชื่อแผนคับ ไอ้คนนี้ขณะฝึกทางยุทธวิธี เค้าเรียกว่าฝึกการเข้าตีคับ ตอนบ่ายแสกๆเนี่ยแหละคับ จะแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคับ ฝ่ายหยึ่งฝึกเข้าตี ฝ่ายหนึ่งฝึกตั้งรับ ซึ่งจะฝึกพร้อมๆกัน(ผมอยู่ตั้งรับ) ฝ่ายเข้าตีจะวิ่งๆมาจากคนละฝั่งป่าอ้อยเลยที่เดียวคับวิ่งข้ามพร้อมกับคว้างระเบิดจำลอง ฝ่ายผจะมีหลุมหลบภัยเพื่อดูสถานการณืซึ่งผมอยู่ในหลุมซึ่งอยู่หน้าสุดคับ ก็จะมองเห็นพวกเข้าตีได้ชัดเจนที่เดียว ผมก็เห็นแล้วว่าเพื่อนผมไอ้เจ้าแผนเนี่ย วิ่งมาแล้วแล้วอยยู่ดีๆก็เกิดล้มคับคือล้มไปดื้อๆเลยคับ แล้วเพื่อนๆกับครูฝึกก็แบกขึ้นรถพยาบาลสนามไปเลย ผมก็เอ้ยมันเป็นไรวะ จนวันนั้นฝึกเสร็จตอนกลางคืนก็ต้องมาพักแรกที่เดียวกัน ผมเจอมันผมก็ถามมันว่าเป็นอะไรวะ แล้วก็เหลือบไปเห็นแผลที่บริเวณโหนกแก้มมันคับ ซึ่งต่ำลงมาจากตานิดเดียวเองคับ มันก็บอกว่ามันวิ่งๆอยู่เหมือนมีอไรมาดึงขามันคับแล้วมันก็ล้ม สลบไปไม่รู้เรื่องอีกเลยมารู้อีกทีเค้าก็เย็บแผลมันบนรถพยาบาลเสร็จแล้วคับ ซึ่งถือว่ามันโชคดีมากๆคับเพื่อนผมคนนี้อ่ะ เนื่องจากมันใส่แว่นคับค่อนข้างหนาและก็กรอบค่อนข้างแข็งแรงคับ เพราะมันบอกว่าตอนที่ล้มลงไปนัน้จริงๆแล้วตามันต้องโดนกับกอของอ้อยที่เค้าเรียกว่า อ้อยขวั้นอ่ะคับ คือเค้าเก็บอ้อยด้วยการฟันให้มันเกือบติดพื่นดินอ่ะคับแต่จะเหลือเป็นลักษณธปลายแหลมโพล่มาจากพื้นดินประมาณ 4-5 ซม ได้คับ แต่ว่าพอดีมันใส่แว่นตัวของ ปลายอ้อยนั้นเลยทิ่มไปที่เลนซ์ของแว่นพอดีเลยคับ และก็ปลายมันก็ล้มไปข้างหลังเนื่องจากแรงกดของตัวมันทำให้โดนแค่ดหนกแก้มคับ เย็บไปสามสี่เข็มคับ ต่อมาเพื่อนผมอีกคนชื่อโอ๊ตคับ เป็นการฝึกอีกวัน เรียกว่าบุคคคลทำการรบในเวลากลางคืน โดยฝึกกันในคืนถัดมาคับ คืนนั้นจำได้ว่าเป็นคืนที่พระจันทร์เกือบเต็มดวงคับ มองเห็นทัศนียภาพต่างได้พอสมควร คือมองเห็นรูปร่างสิ่งของได้โดยไม่ต้องใช้แสงจากหลอดไฟอ่ะคับ และก็เค้าจะให้แบ่งเดินเป็นหมู่ไปตามทางทีเค้ากำหนดไว้ในแผนทีมั้งคับไม่แน่ใจคับ ซึ่งหมู่ของโอ๊ตออกก่อนหน้าของหมู่ผมไปประมาณ สองถึงสามหมู่ หมู่นึงมีประมาณ 50 คนคับ ผมก็ไปกับหมู่ของผมคับสนุกสนานเรื่อยๆคับ จนมาถึงจุดนัดหมายก็มีหมู่อื่นๆที่ออกมาก่อนหน้าผมมาถึงกันหมดแล้ว ยกเว้นหม่ของไอ้โอ๊ตคับ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งหมู่สุดท้ายมาถึง ก็รวมพลเช็คยอดคับ ปรากฏว่าหมู่ของโอ๊ตยังไม่กลับมาคับ ทีนี้ครูฝึกตามฐานต่างๆก็ วิทยุหากันทั่วเลยคับ ไม่มีใครทราบว่าคน 50 คนหายไปไหนคับ ทั้งประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงคับเสียงดังไปทั่ว ก็ไม่มีวี่แวว ทั้งที่จริงๆแล้วพวกเราก้เดินวนๆแถวนั้นแหละคับ ไม่ได้ไปไหนไกลหรอก แต่แผนที่มันวนไปวนมาเท่านั้นเองคับ จนกระทั่งครูฝึกต้องวิทยุเรียกเฮอริค็อปเตอร์ ออกมาช่วยค้นหาอ่ะคับ ประมาณ3-4 ชม.กว่าจะเจอคับ พวกหมู่ของโอ๊ตเดินเข้ามาพร้อมกับครูฝึกอีกสามสี่คนคนคับ ผมกับมันก็ยังไม่มีเวลาคุยกันเพราะต้องรีบเข้าเรือนนอน โดยการเดินเท้ากลับอีกไกลพอสมควรพอเข้าที่พักผมก็เห็นว่าหน้ามันยังซีดไม่หายเลยคับ ผมก็ถามมันว่าหลงไปไหนมา มันบอกยังงัยรู้มั๊ยคับ มันบอกว่าหมู่พวกมันนะไม่ได้หลงหรอก แต่มันเดินตามหลังหมู่ข้างหน้า ซึ่งอยู่ห่างกันออกไปไม่มากคับ คือพอเห็นเป็นเงาคนอ่ะคับ มันก็เดินๆตามๆเค้าไปจนหมู่พวกนั้นเดินหายลับไป แล้วเดินไปนานๆเข้าก็ไม่เห็นเจอฐานซักที มันก็เริ่มสงสัยกันคับ หัวหน้าหมู่ก็เริ่มตะหงิดใจคับ เรียกรวมพลเพื่อจะปรึกษากันว่าจะเอาไงต่อดี จะเดินต่อไปทางไหน ทั้งทีก็เห็นหมู่ข้างหน้าเดินนำอยู่ไม่ไกลคับ มันก็เริ่มเช็คจำนวนคนก่อนคับ มันก็สั่งนับ พอนับเสร็จนับได้ 51 คนครับ มันก็เข้าใจว่าคงนับผิดเลยสัง่นับใหม่ ทีนี้ก็ยังได้ 51 คนอยู่คับทั้งที่ตอนออกมามี 50 คนคับ มันก็สั่งนับอีกครั้ง ได้ 51 คนอยู่ดี นับยังงัยกี่ครั้งก็ได้ 51 คน จนมันก็ต้องเลิกนับอะคับ แล้วตกลงกันว่าจะลองเดินต่อไปอีกเพื่อจะเจอฐานข้างหน้า เดินไปอีกซักพัก มันเริ่มมันใจคับว่าหลงทางแน่แล้วทีนี้แหละคับ ความรู้รด.ที่เคยเรียนมาการเดินป่าการดูดาว ลืมหมดเลยคับเพราะตกใจด้วยคับ มันก็เรียกกันมาประชุมคับแล้วก็ถามว่ามีใครได้ไปลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธ์อะไรหรือเปล่า ก็ได้ทราบว่ามีคนแวะฉี่คับแล้วก็ระหว่างทางที่เดินมาก็เล่นกันคับด่าทอกันมาตลอดทางคับ พวกมันเลยตัดสินใจคับเอาธูปที่ครูฝึกแจกมา(เนื่องจากจะมีฐานๆหนึ่งครูฝึกหลอกว่าให้ไปป่าช้าแล้วไปจดรายละเอียดหลุมศพมาคับ แต่จริงๆแล้วเป็นหลุมที่ครูเค้าทำขึ้นอ่ะคับ มีศพลุกขึ้นมาจากหลุมด้วยนะคับให้ตกใจเล่น แล้วก็รายละเอียดของหลุมแล้วจดมารายงานครูเค้าคับ) มันตัดสินใจเอาธูปมาไหว้ขอขมาคับ พอไหว้เสร้จเท่านั้นเองคับ มันเห็นแสงไฟจากฮอริค็อปเตอร์เลยคับพร้อมกับได้ยินเสียงประกาศเลยคับ ทั้งที่ฮอ ก็บินวนอยู่ระแวกนั้นมานานแล้วนะคับไมได้ไปไหนไกลเลยคับ แล้วเค้าก็ส่งครูฝึกลงมานำทางกลับฐานคับ แบบว่ามันบอกว่าครูฝึกบอกว่าพวกมันคงเจอดีเข้าแล้ว ถ้าเดินไปอีกหน่อยไม่ไกลจะเข้าป่ารกทึบ ไม่มีฮอมองเห็นแล้ว แล้วก็จะออกชายแดน หรือจะเข้ารอยต่อ หรือลงเขาไรเนียแหละคับ ผมก็จำไมได้ แต่ว่าคืออาจจะหาไม่เจอเลยแหละว่างั้นนนะคับ ต่อมาคือกรณีของผมคับ คืออีกวันต่อมาเป้นคืนวันสุดท้ายที่ผมจะอยู่ที่นั่นแล้วคับ คืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงคับ คืนนั้นพวกผมฝึกการรบกลางคืนคับจะจัดแบ่งเป็นหมู่ปืนเล็ก หมู่ละ 11 คนคับ แล้วมันจะมีสองคนอยุ่ในหลุมดินคับเพื่อให้เพื่อนอีก 9 คนที่เหลือเดินออกจากฐานไปก่อนเหมือนกับเราดูลาดเลารั้งท้ายไว้นะคับ ก็คือมันจะฝึกหลายๆหมู่ติดๆกันไป ยาวมากคับจนไปถึงอีกด้านนึงของตีนเขาเลยคับ หลุมนึงห่างกันประมาณ 10 เมตรน่าจะได้นะคับ พอดีว่าผมกับเพื่อนอยุ่ในหลุมกันสองคนคับต้องรอประมาณ 10 นาทีถึงจะออกจากหลุมตามเพื่อนอีกเก้าคนไปได้ ทีนี้เนียหลุมที่ติดๆกันเป็นหลุมเพื่อนๆกันอยู่อีกสองคนคับ ผมกับเพื่อนในหลุมเดียวกันก็กลัวผีคับเลยไปขออาศัยหลุมมันอยู่ด้วยเลยอยู่กันสี่คนคับ แล้วก็พอดีว่าไอ้หมู่ปืนเล็กอื่นๆนั้นมันต้องเดินอ้อมตัดตีนเขามาตรงแถวๆหลุมที่พวกผมอยู่เพื่อที่จะผ่านไปยังจุดนัดหมายไงคับ ผมก็หมอบอยู่ในหลุมเพราะกลัวครูฝึกจะมาตรวจว่าอยู่เปล่าตามหลุมอ่ะคับ ผมก็ไม่มีไรทำก็มองพวกที่เดินผ่านๆไปซึ่งเป็นพวกเก้าคนของหมู่อื่นที่เดินตัดมานะคับ ซึ่งอยู่ไกลแต่พอมองเห็นได้ว่าเป็นเงาคนคับ ผมก็เห็นเงาคนสุดท้ายเป็นลักษณะตัวเล็กแบบเด็กๆนะคับ เดินจูงแบบพยายามเกาะแขนคนสุดท้ายของหมู่ที่เดินผ่านผมไปคับ ผมก็สงสัยลองนับดูคับปรากฎว่ามี 10 คนคับ นับแล้วนับอีกก็ 10 คับแล้วเงานัน้ไม่ใช่รด.แน่เพราะลักษณะเตี้ยกว่าคนปรกติ เกือบครึ่งตังเลยคับเป็นเด็กแน่ๆ แล้วก็คนที่เดินในแถวนั้นทุกคนต้องถือปืนไปตลอดวึ่งหนักพอสมควรใครไปรด.คงรู้ว่าต้องถือมันสองมือคงไม่เดินเกาะแขนกันแน่คับ และนั้นคือสิง่ที่ผมเห็นคับ แต่ผมไม่กล้าทักให้เพื่อนดูคับเนื่องจากเคยได้ยินมาว่าพวกนี้เค้าบอกว่าเห้นแล้วห้ามทักคับ เด๋วจะเข้าตัวครับ ตอนเช้าก่อนกลับผมก็ไปเล่าให้ครูฝึกฟังคับ เค้าบอกว่าพื้นที่แถวนี้เป็นพื้นที่เกิดสงคราม เก้าทัพคับ พวกเขมรมันใช้มนต์ดำ มันร่ายเวทย์ไว้แล้วมันแพ้สงครามมันยังไม่ได้ถอนมนต์เหล่านี้ออกไปจนหมดเลยทำให้ บางทีคนที่มีของดีหรือมีสิ่งปกป้องคุ้มครองอยู่ ปกป้องจากมนต์ดำเหล่านั้นทำให้เห็นภาพที่พวกนั้นสร้างขึ้นแต่พวกนั้นไม่สามารถทำอะไรเราได้ แต่ถ้าคนที่ไม่มีของออาจจะถึงแก่ชีวิตได้คับ จนทุกวันนี้เหตุการณืที่เกิดขึ้นกับผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเกิดจากอะไร แล้วทำไมถึงเกิดกับพวกผมสามคนที่ไปนอนค้างบ้านผมทั้งสามคนคับ
ปล.เรื่องนี้โปรดใช้วิจารณญาณส่วนตัวนะคับ แต่ผมเล่าเรื่องที่เกิดจริงกับผมให้ฟังมิได้แต่เติมแต่อย่างใดคับ
จากคุณ :
upstandup
- [
2 พ.ย. 48 02:24:22
]