Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    หัวหน้าที่รัก 14-16

    ความเดิมตอนที่แล้ว  http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W5517821/W5517821.html

    ยิ่งยศยอมเดินตามหญิงสาวไปที่เคาน์เตอร์ปากกามีราคาที่อวดโฉมเรียงรายรูปแบบหลากหลาย แล้วในที่สุดก็พูดขึ้นว่า

    “ยายหนึ่งแกเป็นคนชอบขีด ๆ เขียน ๆ อยู่แล้วฮะพี่นา ผมว่าแกคงอยากเลือกซื้อปากกาที่แกชอบเองมากกว่า”

    “อืมม์...ว่าไปก็จริงนะคะ ของพี่เองตั้งแต่ได้มาตอนรับปริญญา 3-4 ด้าม ป่านนี้ก็ยังไม่ได้เอามาใช้เลยเหมือนกัน ถ้างั้นเปลี่ยนเป็นอะไรดีล่ะคะ”

    “ตุ๊กตาดีไหมฮะ ของขวัญสามัญประจำทุกเทศกาล แล้วผมว่าผู้หญิงส่วนใหญ่น่ะชอบตุ๊กตา หรือพี่นาว่าไงฮะ”

    “เห็นด้วยค่ะ ของพี่บางตัวทั้งเก่าทั้งเน่า แต่ก็ไม่กล้าทิ้ง เพราะว่ายิ่งเก่าก็ยิ่งแปลว่าอยู่ด้วยกันมานาน ทิ้งไม่ลง ทำใจไม่ได้ เลยได้แต่ปล่อยให้รกบ้านต่อไป”

    ทั้งคู่ผลัดกันถาม ผลัดกันตอบแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ยิ่งยศฟังเหตุผลของมัทนาแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เมื่อได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นแล้วเขาจึงรู้ว่าหญิงสาวช่างคุยพอใช้ ถ้าหากเขาเปิดประเด็นอะไร ก็มักจะทำให้หัวหน้าแสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนกันได้เป็นเวลานานพอควร แต่ถ้าหากจะให้หญิงสาวเป็นฝ่ายเปิดประเด็นล่ะก็...รอไปเถอะ

    สองหนุ่มสาวพากันไปเลือกตุ๊กตาที่เรียงรายหลายหลาก แต่ถึงจะมีสีสันและรูปแบบมากมายเพียงใด ยิ่งยศก็เห็นมัทนาหยิบแต่เจ้าหมีตัวเล็กตัวใหญ่ขึ้นมาพิจารณาอยู่ได้

    “พี่นาชอบหมีเหรอฮะ”

    “จ้ะ มันดูอบอุ่นดีน่ะ ถ้ายศบอกว่าตุ๊กตาเป็นของขวัญสามัญประจำทุกเทศกาล พี่ก็ว่าเจ้าหมีนี่น่าจะเป็นตุ๊กตาสามัญประจำบ้านได้นะคะ ตัวนี้ก็น่ารักนะ ยศว่าไหม”

    “มันตัวไม่เล็กไปหน่อยเหรอฮะ”

    “ก็ตัวใหญ่ ๆ มันแพงนี่นา เออ...จริงสิ พี่ลืมถามไปว่ายศกะงบประมาณไว้เท่าไหร่น่ะค่ะ ถ้างบเยอะก็เอาตัวพ่อมันก็ได้”

    “หา...พี่นาว่าอะไรนะฮะ ตัวไหนเป็นพ่อมันฮะ”

    “ก็ตัวใหญ่ตรงนั้นไง ขนาดเท่าเด็กเล็ก ๆ เลยนะนั่นน่ะ ใครได้ไปคงกรี๊ดตายเลยเนอะ ว่าไหม”

    ทั้งคู่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปบริเวณที่เจ้าหมีตัวใหญ่กองรวม ๆ กันอยู่ ตาแป๋ว ๆ ของเจ้าหมีมองออดอ้อนตรงมาที่มัทนา จนหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะคว้ามันมากอดไว้ ก่อนส่งให้ยิ่งยศพลางแนะนำเสียงใส

    “นี่ไง เต็มไม้เต็มมือเลยเชียว ลองกอดดูสิยศ”

    ชายหนุ่มทำตามคำสั่งของท่านหัวหน้าแต่โดยดี แขนแข็งแรงสองข้างของเขาน่ะกอดหมี แต่ตาคมยาวรีมองคนส่งให้เป็นประกายระยิบระยับจนมัทนาต้องแกล้งหันหน้าไปสนใจอย่างอื่นแทน นึกอยากจะตวาดชายหนุ่มว่ากอดหมีไปสิ มามองหน้าฉันทำไม แต่ก็ทำไม่ได้

    “งั้นเอาตัวนี้ล่ะฮะ พี่นาช่วยถือไว้ก่อนได้ไหม”

    แล้วหญิงสาวก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มคว้าหมีที่เหมือนกันเป๊ะ ยกเว้นสีของโบที่อยู่ที่คอเจ้าหมีใหญ่มาอีกตัวหนึ่ง ก่อนจะนำหมีทั้งสองไปส่งให้พนักงาน

    “แล้วทำไมต้องซื้อตั้งสองตัวล่ะคะ”

    “ผมจะอยากได้ไว้เองตัวหนึ่งไงฮะ ตัวนี้ล่ะ”

    หมีผูกโบแดงที่ถูกมัทนากอดถูกยกขึ้นมา พร้อมกับถ้อยคำที่ยิ่งยศไม่ได้เอ่ยขึ้นแต่ถ่ายทอดมันผ่านดวงตา ทำให้มัทนารู้ได้เองว่า ทำไมเขาจึงอยากได้

    “รบกวนเอาตัวโบเขียวห่อของขวัญให้ด้วยฮะ ส่วนตัวนี้ไม่ต้อง ใส่ถุงก็พอ”

    ยิ่งยศหันไปสั่งการพนักงานขายอย่างละเอียด ยิ่งเป็นการย้ำให้มัทนาเข้าใจแจ่มแจ้งแดงแจ๋เข้าไปใหญ่ ว่าเขาจงใจเก็บตัวที่หญิงสาวกอดไว้เป็นของตัวเอง และจากนั้น พ่อคนหน้าใสก็ทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้ ก่อนจะขอให้หัวหน้าทำอะไรแปลก ๆ อีกครั้งหนึ่ง

    “เออ...จริงสิฮะ พี่นาช่วยเลือกให้ผมอีกตัวหนึ่งได้ไหม”

    “ซึ้อไปทำไมเยอะแยะล่ะคะ”

    “ก็ผมกะว่าของผม ผมจะเอาไว้นอนด้วยตัวหนึ่ง ส่วนอีกตัวหนึ่งเอาไว้นั่งเป็นเพื่อนในรถน่ะฮะ”

    มัทนาสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังอยากจะส่ายหน้า นี่ถ้าเป็นคนอื่นที่สนิทกันมากกว่า หญิงสาวคงค่อนขอดหรือไม่ก็ต่อว่าเรื่องการใช้เงินไม่บันยะบันยังไปแล้วล่ะ แต่นี่เป็นยิ่งยศผู้ซึ่งมัทนาคิดว่ารู้ว่าแค่นี้คงไม่ได้เกินเศรษฐานะของชายหนุ่ม หญิงสาวจึงเลือกที่จะนิ่งเสีย และพูดเสียงขรึม ๆ ตอบไปว่า

    “พี่ว่าตัวไหนก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละค่ะ”

    “งั้นผมรบกวนคุณช่วยหยิบหมีแบบนี้มาให้อีกตัวนึงนะฮะ”

    ไม่ได้รับความร่วมมือจากมัทนา ยิ่งยศเลยหันไปสั่งพนักงานหญิงที่ยืนอยู่แถวนั้น ไม่ถึง 10 วินาทีดี หมีอีกตัวก็ถูกนำมาส่งมอบให้ ชายหนุ่มกำลังเซ็นสลิปบัตรเครดิตอยู่จึงบุ้ยใบ้ให้พนักงานยื่นให้มัทนา คราวนี้เจ้าหมีที่ว่าผูกโบที่คอเป็นสีเหลืองสดใส

    “ลองกอดดูหน่อยสิฮะพี่นา ว่าเต็มไม้เต็มมือเหมือนเจ้าตัวโบแดงนี่ไหม”

    แม้จะรู้ทันว่าชายหนุ่มอยากจะให้ตนเองกอดหมีไปเพื่ออะไร แต่สายตาเว้าวอนของทั้งหมีทั้งคน ทำให้หญิงสาวอดใจอ่อนทำตามคำขอร้องของพ่อลูกน้องยอดขมองอิ่มไม่ได้ มัทนากอดหมีแล้วก็ซุกหน้าลงกับหัวโต ๆ ของมันเพื่อซ่อนความอาย ยิ่งยศเลยกระเถิบเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเสียจนปากเกือบจะชิดกับหูของหัวหน้าคนสวยว่า

    “งั้นผมรู้แล้วล่ะ ว่าตัวไหนจะเอาไว้ในห้องนอน ว่าแต่ตอนนี้ พี่นาส่งหมีคืนมาก่อนเถอะฮะ ผมจะได้ให้เค้าเอาใส่ถุง”

    หญิงสาวส่งหมีเจ้ากรรมนั่นให้เจ้าของหมาด ๆ ของมันด้วยท่าทางแทบจะเป็นผลักไส ก่อนจะข่มอกข่มใจให้ทำท่าทางเหมือนไม่รู้สึกอะไร ให้ตายเถอะนายนี่ ไปเรียนวิธีจีบสาวแบบนี้มาจากโรงเรียนไหนกันนะ อย่าให้รู้ทีเดียวเชียว แม่จะไปวางเพลิงให้วอดวาย มัทนาลืมถามตัวเองไปว่า หมั่นไส้ตัวนักเรียน แล้วจะไปวางเพลิงโรงเรียนทำไม และถ้าหญิงสาวเกิดฉุกใจคิดได้ถามตัวเองขึ้นมา ก็คงจะพบคำตอบว่าเพราะไม่อยากให้สอนวิธีจีบสาวแบบนี้ให้คนอื่นเอาไปใช้

    “เฮ้ย...หนูนา หนูนานี่หว่า....หนูน้า”

    ขณะกำลังเก้ ๆ กัง ๆ ทำหน้าไม่ถูกอยู่ระหว่างที่รอยิ่งยศรับของ มัทนาก็ได้ยินเสียงทักทายดังลั่นจากใครบางคนที่คุ้นเคย อรดีเห็นเพื่อนยืนทำหน้าทำตาปูเลี่ยนอยู่จึงตะโกนเรียกและโบกมือทักทายอยู่ไหว ๆ ก่อนจะเดินเร็ว ๆ เข้ามาหา ครั้นเดินมาถึงตัวมัทนาแล้วอรดีจึงรู้ว่าเพื่อนสนิทไม่ได้มาคนเดียว แต่มีพ่อหนุ่มหน้าใสหิ้วถุงพะรุงพะรังยืนอยู่ข้างกาย แววอะไรบางอย่างในดวงตายาวรีของยิ่งยศที่ทอดมองเพื่อนสาวทำให้อรดีอดกระซิบถามมัทนาไม่ได้

    “เอ่อ....ใครน่ะหนูนา ลูกน้องคนนั้นใช่ป่ะ”

    คนถูกถามสบตาแล้วพยักหน้า จากนั้นก็จำต้องทำตามมารยาทสังคมต่อไป

    “เอ่อ...ยศ นี่เพื่อนสนิทพี่ ชื่อพี่หนูดี หนูดี นี่ยิ่งยศ น้องที่ทำงานน่ะ”

    ยิ่งยศวางถุงหมี 3 ถุงลงก่อนแล้วจึงยกมือไหว้อรดีที่รับไหว้และส่งยิ้มให้ทั้งปากและตา ชายหนุ่มตรงหน้าสูงใหญ่ หน้าตาสะอาดสะอ้านคมคายตามสเป็คมัทนาเลยนี่นะ มิน่าล่ะ...แม่เพื่อนซี้ของอรดีถึงได้เก็บเอาไปสับสนจนเป็นปัญหาต้องปรึกษากุนซือใหญ่จนได้

    “พอดียศเขาชวนมาช่วยเลือกของขวัญวันเกิดให้น้องสาวเขาน่ะ แล้วหนูดีล่ะ มาทำอะไร”

    “ว่าจะมาเดินดูอะไรต่อมิอะไรไปเป็นไอเดียทำของชำร่วยแบบใหม่ ๆ หน่อยน่ะ กำลังจะกลับแล้วล่ะ”

    “ฉันก็กำลังจะกลับอยู่เหมือนกัน ต้องรีบกลับไปเตรียมงานที่พรุ่งนี้จะพรีเซ้นท์กับลูกค้า งั้นเดี๋ยวโทรค่อยคุยกันแล้วกันนะหนูนา”

    ทั้งคู่โบกมือร่ำลาแล้วจึงแยกย้ายไปตามทางใครก็ทางมัน แต่ก่อนจาก อรดีก็ยังอุตส่าห์ยักคิ้วให้ยิ่งยศที่ยกมือไหว้ลาแผล็บหนึ่งอย่างรู้ทัน สีหน้าแววตาแบบนั้นทำเอายิ่งยศเขินไปเหมือนกัน

    “แล้วนี่พะรุงพะรังอย่างนี้ยศจะกลับบ้านยังไง ให้พี่ไปส่งไหม”

    “ไม่เป็นไรฮะพี่นา อย่าดีกว่าฮะ ค่ำแล้ว แล้วอีกอย่าง บ้านผมก็ไกลด้วย ส่งผมแล้วพี่นาต้องขับรถกลับเข้ามาอีก ทำให้ผมเป็นห่วงเปล่า ๆ ผมว่าผมนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้ฮะ”

    หนอย...ตานี่ พูดง่ายดีนะยะ มาทำให้เค้าห่วง แล้วจะมาห้ามทำไมล่ะ มัทนาได้แต่ต่อว่ายิ่งยศในใจเป็นการใหญ่ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร นอกจากตอบพึมพำตกลง ปล่อยให้ยิ่งยศเดินตามไปส่งที่ที่จอดรถแล้วแยกไปกลับแท็กซี่ตามความตั้งใจ ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน หญิงสาวอดกดมือถือหาอรดีไม่ได้

    “ไงจ๊ะ...แม่คนรักเด็ก”

    เสียงทักทายของเพื่อนรักเกือบทำให้คนโทรศัพท์ไปหาวางหูใส่ แต่ทำอย่างนั้นก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร มัทนาจึงข่มใจโวยกลับไปเสียงดุ ๆ ว่า

    “เดี๋ยวเถอะ พูดจาเลอะเทอะนะหนูดี”

    “เลอะเทอะที่ไหน เด็กอะไรไม่รู้ น่ารักเป็นบ้าเลย ฉันให้คะแนนความหล่อ 9 เต็ม 10 เลยอ่ะ แล้วเดี๋ยวนี้แอดวานซ์ขนาดพากันเดินช้อปปิ้งกระจุ๋งกระจิ๋งกันเชียวนะ ฉันว่าแกเลิกนโยบายไม่กินไก่ไปเลยดีกว่า ไก่น่ารักขนาดนั้น เสียดายของว่ะ ท่าทางนิสัยใจคอดีด้วยนะนั่นน่ะ”

    “อย่ามั่วได้ไหม เจอกันไม่ทันถึง 5 นาที แล้วก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำนอกจากสวัสดีลาก่อน แกด่วนตัดสินใจได้ยังไง”

    “โฮ้ย...หนูนา ระดับฉันแล้ว มองปราดเดียวก็พอจะเดาได้แล้วว่าใครนิสัยเป็นไง ก็ไอ้งานเว็ดดิ้งแพลนเนอร์แบบฉันเนี่ย เจอะเจอผู้คนเยอะจะตายไป เรื่องอ่านคนน่ะ เชื่อฝีมือฉันได้ ระดับความเชื่อมั่น 99.99 % เลยนะ”

    อรดียังอวดอ้างสรรพคุณของสายตาตัวเองให้เพื่อนรักฟังไปเรื่อย แต่ในที่สุดก็ไม่ลืมถามถึงวัตถุประสงค์ของการโทรศัพท์มาหาจนได้

    “ว่าแต่แกมีอะไรสำคัญหรือเปล่าถึงโทรมาเนี่ย”

    “ก็เรื่องที่แกแซวฉันอยู่นี่แหละหนูดี ฉันว่าพักนี้นายยศหาเรื่องใกล้ชิดฉันหนักมากเลยล่ะ ถึงเขาจะอ้างว่าในฐานะพี่หรือเพื่อนอะไรก็แล้วแต่ แต่ฉันพอจะดูออกว่าการแสดงออกของเขาน่ะ มันไม่ใช่อย่างที่ปากเขาว่าเลยนะ มันจีบฉันชัด ๆ เลยอ่ะ ให้ตายสิหนูดี”

    “แล้วไงล่ะ ใช่ว่าแกจะไม่เคยโดนจีบนี่ เห็นรายที่อาการหนักกว่านี้แกก็จัดการได้ไม่ใช่เหรอ แล้วรายนี้มันพิเศษตรงไหนล่ะ ทำไมแกถึงต้องหนักใจ แกไม่ชอบเขาก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนใส่ตามสไตล์แกสิ ถ้าเขาตื๊อแล้วหมดหวังเขาก็เฟดตัวเองออกไปจากชีวิตแกเองล่ะ”

    ที่อรดีพูดก็ถูกนะ มัทนาเป็นสาวโสดสวยสดใสมาตั้งหลายปีดีดักแล้วนี่นา ความสวยน่ารักก็ย่อมทำให้มีคนเข้ามาจีบเป็นระยะ ๆ ดังนั้น ปัญหาที่แท้จริงสงสัยจะไม่ใช่เรื่องถูกจีบแล้วล่ะ

    “ก็คราวนี้มันไม่เหมือนรายอื่น ๆ นี่หนูดี รายนี้ฉัน...เอ่อ...คือ มีใจให้อ่ะ”

    “ว้าว...ในที่สุดแกก็ยอมรับความจริงได้เสียทีนะหนูนา มีใจให้กันก็ดีแล้วนี่นา แกจะกลุ้มจะเครียดไปทำไมล่ะ”

    “บ้า...แกก็รู้ว่าเรื่องฉันกับเขาเนี่ยมันเป็นไปไม่ได้ ขนาดหัวหน้าผู้ชายกับลูกน้องผู้หญิงเอ๊าะ ๆ ปิ๊งกันยังดูน่าเกลียดเลยใช่ไหม นี่หัวหน้าสาวแก่กับลูกน้องผู้ชายหนุ่ม ๆ รู้ไปถึงไหน อายเขาไปถึงนั่นเลยนะหนูดี ไม่รู้ล่ะ ครั้งนี้ยังไง ๆ ฉันก็ต้องพยายามตัดใจให้ได้”

    จบประโยคแล้ว คนฟังก็ถอนใจใหญ่ อรดีก็เลยชักจะกลุ้มใจไปกับเพื่อนด้วยแล้วล่ะ แต่ว่า...เรื่องหัวใจ มันบังคับกันได้เสียที่ไหนล่ะ ถึงปากจะบอกว่าตั้งใจ แต่ถ้าต้องเจอกันทุกวัน ทำงานใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างนั้น มัทนาจะทำได้อย่างที่ลั่นวาจาไว้ได้ไหม แต่ถ้าพูดอย่างที่คิด มัทนาก็คงยิ่งใจแป้วไปกันใหญ่

    “เอาน่า...หนูนา ทำใจดี ๆ ไว้ ตอนนี้เธอกับนายนั่นอาจจะยังใหม่กันเกินไปก็ได้ เอาเป็นว่าค่อย ๆ หาเหตุผลที่จะไม่ชอบพ่อหนุ่มนั่นวันละสักข้อสองข้อดีไหม หาได้ข้อก็จด ๆ เอาไว้ ว่างเมื่อไหร่ก็เอามาดูเพื่อเตือนสติตัวเองให้เลิกมีใจให้เขาเสียที ลองวิธีนี้ก่อนแล้วกันนะหนูนา ถ้าไม่เวิร์กก็ค่อยหาวิธีใหม่ดีไหม”

    “อืมม์...ลองดูก่อนก็ได้ แล้วได้ผลว่าไงจะโทรมารายงานนะหนูดีนะ ขอบใจมากนะที่ช่วยให้คำปรึกษา”

    หลังขอบอกขอบใจอรดีเป็นการใหญ่แล้วมัทนาก็วางสายไปด้วยความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวิธีของอรดี ‘อาจจะ’ ใช้ได้ หารู้ไม่ว่าคนแนะนำนั้นหนักอกหนักใจมากกว่า เพื่อนหนอเพื่อน มีรักทั้งที ทำไมต้องมีปัญหาด้วยนะ อรดีกลัวเหลือเกินว่า ถึงแม้ว่าเพื่อนจะหาข้อเสียของพ่อหนุ่มหน้าใสนั่นได้เต็มหน้ากระดาษก็อาจจะทำใจให้เลิกชอบยิ่งยศไม่ได้ ก็ในความรักน่ะ มันมีเหตุผลกันเสียที่ไหน

    จากคุณ : หมอ-ยา-ผู้-น่า-รัก - [ 28 มิ.ย. 50 11:21:06 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom