Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com


    เหมืองทองโต๊ะโมะ

    เหมืองทองโต๊ะโมะ

    มีช่วงหนึ่งที่สาขาของธนาคารไทยแห่งแรกจะเปิดที่สุไหงโก-ลค
    (เหตุการณ์ดังกล่าวร่วมสิบปีมาแล้ว)
    ตามตำนานพื้นเมืองเล่าว่า ชื่อเมืองนี้มาจาก
    สุไหง แปลว่า แม่น้ำ โก คือ พี่ชาย(ภาษาจีน)เป็นคนจีนที่ขายของทางเรือ
    ลค คือ ชื่อของคนจีนที่ชื่อ ลก
    ดังนั้นชาวบ้านจึงตั้งชื่อแม่น้ำนี้ว่า แม่น้ำโกลก
    เพราะมีแกขายของทางเรือเป็นรายใหญ่สมัยก่อนแต่ผู้เดียว
    ก่อนแปลงมาเป็นโก-ลค ปัจจุบัน

    ช่วงนั้นอดีตรัฐมนตรีคลังของไทยสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์
    สมัยเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารไทยแห่งแรกของประเทศไทย
    บรรดาผู้บริหารของธนาคาร บริษัทในเครือ เพื่อน ๆ และธนาคาร
    ก็ได้เข้าถือหุ้นบริษัทที่ได้รับสัมปทานทำเหมืองทองที่โต๊ะโมะ
    ก่อนวันเปิดที่ทำการสาขาไม่ถึงสองอาทิตย์
    จึงจำเป็นต้องเดินทางไปที่เหมืองดังกล่าว
    เพื่อเป็นการสำรวจเส้นทางเป็นการเบื้องต้น
    เผื่อว่า กำนัน (ใหญ่กว่าผู้ใหญ่บ้าน) เดินทางมาถึง
    จะได้นำทางได้ ถ้าท่านอยากไปดูเหมืองแร่ทองคำ
    หรืออธิบายข้อมูลรายละเอียดเท่าที่ทราบให้กับกำนัน
    ได้รับทราบเป็นการเบื้องต้นเกี่ยวกับเหมืองทองโต๊ะโมะ

    วันเดินทางได้ไปกันห้าคนมีปลัดอำเภอคนหนึ่ง
    ที่เคยทำงานเป็นปลัดอำเภอที่อำเภอแว้ง มาก่อน
    เป็นคนพื้นที่พูดภาษายาวี (มลายูท้องถิ่นภาคใต้) ได้สองคน
    จริง ๆ ภาษามลายู มีการใช้งานกันมากกว่าสองร้อยล้านคน
    เฉพาะมาเลย์ ก็สามสิบกว่าล้านคน อินโดเนียนีเซีย ก็กว่าหนึ่งร้อยหกสิบล้านคน
    ยกเว้น เกาะชวา ที่อินโดนีเซีย จะใช้ภาษาชวา JAVA เป็นหลัก
    และนับถือศาสนาฮินดู  เป็นจำนวนมากกว่าศาสนาอิสลาม
    ที่เขมรก็มี กำปงจัมปา (แควันจำปาเดิม) ก็ใช้ภาษามลายู เช่นกัน
    ตามหมู่เกาะที่ฟิลิปปินส์ หลายเกาะ หรือ เกาะนิโคบาร์ (มหาสมุทรอินเดีย)
    แถวชายฝั่งตะวันออกกลาง หลายแห่ง ก็มีการใช้ภาษามลายู เช่นกัน
    เพราะดั้งเดิมคนมลายู  มักมีอาชีพเป็นนักเดินเรือ นักผจญภัย
    บางตำนานก็ว่าเป็นพวกโจรสลัด แล้วแต่ความชอบความชังหรืออคติ
    ทางเผ่าพันธ์ที่มักจะมีหลงเหลืออยู่ในแต่ละท้องที่หรือชุมชน

    ตามแผนยุทธศาสตร์ของไทยประมาณปี 2015
    ตั้งความหวังว่า ภาคใต้ของประเทศไทยอย่างน้อยห้าจังหวัดชายแดน
    ควรจะรู้ภาษาใช้งานได้อีกหนึ่งภาษา
    คือ ภาษามลายู เพราะต้องทำมาหากินกับคนอีกสองร้อยล้านคน
    เหมือนกับการรู้ภาษาอังกฤษ ที่พอใช้งานได้ใช้การได้
    เว้นแต่จะศึกษาให้รู้ลึกซึ้งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    เส้นทางเดินทางจากตัวเมืองสุไหงโก-ลค เข้าไปอำเภอสุคีริน
    อำเภอสุคิรินเป็นอำเภอที่แยกตัวออกมาจากอำเภอแว้ง
    เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการและปกครอง
    จะต้องผ่านอำเภอแว้ง ซึ่งเป็นอำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่ง
    ที่ตั้งเหมืองทองโต๊ะโมะที่อยู่บนเขาสูงอยู่ในพื้นที่อำเภอสุคีริน
    เส้นทางเป็นถนนเป็นทางคู่วิ่งสวนทางกันได้ข้างละหนึ่งคัน
    จะต้องขับรถยนต์ผ่านเทือกเขาและป่าไม้ตลอดเส้นทาง
    สองข้างทางเป็นป่าไม้ขึ้นแน่นหนาทั้งป่าไม้เดิมและไม้ยางพารา
    ทิวเขาสวยงามมากช่วงนั้น เห็นไอหมอกจับยอดไม้ และเทือกเขา
    ท้องฟ้าข้างบนสีฟ้าใสสวยงาม มีเมฆปะปนบ้างเล็กน้อย
    อากาศสดชื่นมากเพราะสองข้างทางต้นไม้เต็มไปหมด
    นาน ๆ จะเห็นรถสวนทางหรือวิ่งแซงหน้าไปสักคันหนึ่ง
    นาน ๆ ครั้งถึงจะเห็นชาวบ้านเดินทางไปกลับจากสวน
    หรือเห็นมีบ้านข้างทางสักหลังหนึ่ง
    เว้นแต่เข้าตัวหมู่บ้านหรืออำเภอ ก็ยังมีบ้านน้อยหลังมากเช่นกัน

    ก่อนขึ้นที่เหมืองทองโต๊ะโมะ
    ก็ได้แวะที่วัดโต๊ะโมะ
    ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับทางขึ้นเขาบนเหมืองทองโต๊ะโมะ
    เห็นลำห้วยไหลผ่านน้ำสีใสมีเกล็ดทองระยิบระยับ
    บ่งบอกว่าต้นกำเนิดทองที่แห่งนี้จำนวนมากในอดีต
    ปลัดอำเภอเล่าว่า ชาวบ้านมักจะมีการมาร่อนทองด้วยเครื่องมือเล็ก ๆ
    เหมือนกับการร่อนทางตามสารคดีต่างประเทศที่ชมกันอยู่
    ทองที่ได้ตามลำธารแห่งนี้จะได้ทองเป็นเกล็ดเล็ก ๆ
    ต้องรวบรวมสะสมไว้ก่อนหลอมเป็นก้อน
    เพื่อนำไปขายที่ตัวเมืองสุไหงโก-ลคต่อไป

    ช่วงหน้าฝนตกหนัก ๆ หลังฝนแล้งแล้ว
    ชาวบ้านแถวนี้จะเดินก้มหน้ามองที่พื้นดินกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่
    เพราะมักมีโอกาสจะเจอทองก้อนเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน
    มักจะพบกันบ่อยครั้งมาก ขนาดใหญ่ที่มีโชคพบก็มักเป็นขนาดเมล็ดข้าวโพด
    ก็จะใส่บนขวดยานัตถุ์ขวดเล็กเก็บไว้รอขายหรือเป็นที่ระลึก

    มีครั้งหนึ่งเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเสด็จมาเยี่ยมเยือนที่โต๊ะโมะ
    ก็มีชาวบ้านถวายทองคำให้กับพระองค์ท่านหลายคน
    พระองค์ท่านก็พระราชทานเงินรางวัลตอบแทนให้คนที่ถวาย
    ตามประมาณการน้ำหนักทองคำที่ชาวบ้านถวาย
    เพราะทรงเห็นว่าเป็นที่กันดารมากและห่างไกลผู้คนมาก
    ชุมชนที่มีอยู่ก็เล็กมากมีห้องแถวเพียงแถวเดี่ยวประมาณสิบกว่าห้อง
    ร้านชำที่เปิดขายในอำเภอก็มีเพียงร้านเดียวเท่านั้น
    นอกจากนั้นก็เป็นบ้านชาวสวนอยู่ตามสวนยางพารากระจัดกระจาย

    ตอนต่อไปจะเล่าเรื่องทางขึ้นเหมือง
    กำลังลำดับความคิดอยู่ครับ
    ส่วนเรื่องชายแดนปาดังเบซาร์
    ก็กำลังสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอยู่จะรอเขียนอีกครั้งครับ

    แก้ไขเมื่อ 18 มิ.ย. 52 16:26:24

    จากคุณ : ravio - [ 18 มิ.ย. 52 09:27:25 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com