Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ 2 - บทที่ 1 - ผู้หลบหนี (ครึ่งหลัง)  

อ่านเนื้อหาภาค 1 ได้ที่นี่ครับ

http://writer.dek-d.com/Anithin/writer/view.php?id=471973

* * * * *

ขอบคุณคุณ rainfull กับ คุณ Mnemosyne สำหรับกิฟท์นะครับ ^^

คุณ Mnemosyne - ดีใจที่คิดถึงครับ ^^

คุณ scottie - ช้องผม ที่จริงก็คือวิกผมแหละครับ (ในโลกนี้น่าจะยังทำจากผมจริงในทุกกรณี) แต่วิกเป็นคำทับศัพท์ เลยใช้คำว่า ช้องผม ที่ฟังดูโบราณกว่าแทน

* * * * *

ผู้หลบหนีสองคนในโกดังนั่งอยู่ในความเงียบเป็นนาน

ชาลัวห์สังเกตเวลาที่เคลื่อนผ่านไปจากความสว่างของแสงที่ส่องลอดรอยแตกบนเพดานจุดหนึ่ง ดูเหมือนจะเช้าแล้ว ไม่รู้เจ้าคนทะเลทรายนั่นจะกลับมาเมื่อไร แต่กลับมาเร็วเท่าไรก็ดีเท่านั้น หวังว่ามันคงจะไม่ถูกจับไปเสียก่อน ถึงเนื้อแท้เขาจะไม่อยากเอาใจช่วยมันไม่ให้ถูกทหารจับได้นัก...ทางรอดของเขาขึ้นอยู่กับมันเพียงคนเดียวแล้วตอนนี้

โดนมัดมือไพล่หลังอย่างนี้เมื่อยไหล่เป็นบ้า แถมปลายนิ้วขวาทุกนิ้วก็ยิ่งปวดตุบๆ ชายหนุ่มอยากไปหาหมอฝีมือดีให้เร็วที่สุด แต่ในสถานการณ์นี้คงไม่มีทางต่อรองกับคนทรายนั่นได้แน่ๆ

เอ...หรือจะต่อรองกับแม่สาวที่จู่ๆ ก็เข้ามาพาเขากับมันหนีไปดี ขอให้ช่วยพูดกับเจ้าคนทะเลทรายนั่นสักหน่อยว่าเขาเจ็บแผลจะแย่อยู่แล้ว น่ากลัวแผลจะอักเสบ ผู้หญิงน่าจะใจอ่อนกว่าผู้ชาย และชาลัวห์เองก็มั่นใจว่าตนเอง ‘มีดี’ พอจะทำให้ผู้หญิงโอนอ่อนผ่อนตาม...อย่างน้อยเขาก็โน้มน้าวสำเร็จมาหลายคนแล้ว นางกำนัลสาวนี่ท่าทางจะไม่ใช่ผู้หญิงที่หวงเนื้อหวงตัวอะไรนัก เห็นพูดจาสนิทชิดเชื้อ ถูกเนื้อต้องตัวกับเจ้าคนทรายนั่นก็บ่อย คงถูกมันเกี้ยวตอนอยู่ในวังจนติดใจลมปาก...หรืออะไรก็ตามที่มากกว่านั้น...เลยยอมพาหนีออกมากระมัง

ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น...เขาก็นึกไม่ออกว่าเธอไปรู้จักกับเจ้านั่นได้อย่างไร แต่ว่าไป หน้าตากับน้ำเสียงของเธอเท่าที่เห็นรางๆ ตอนอยู่ไกลๆ กับอยู่ใต้แสงสลัวนั่นก็คุ้นหูอย่างประหลาด ถึงตอนนี้จะไม่เห็นชัดเพราะเธอย้ายไปนั่งอยู่แถวข้างหลังเขา จะเหลียวหลังไปมองก็นึกได้ว่าชายทะเลทรายเคยพูดว่าเธอมีมีดสั้น ไม่ควรประมาทดีกว่า

เพราะฉะนั้น เริ่มเจรจาก่อนให้คุ้นๆ กันไว้น่าจะดีที่สุด

“เอ่อ...คุณผู้หญิง”

“หือม์?” เสียงของอีกฝ่ายรับ

“คือ...ถึงอย่างไรเราก็ต้องร่วมทางกันไปอีกนาน มาทำความรู้จักกันสักหน่อยดีไหม”

มีเพียงความเงียบพักหนึ่ง ก่อนเสียงที่เขาเคยฟังว่าหวานใช้ได้จะไม่หวานเสียแล้ว

“ข้าไม่อยากทำความรู้จักกับฆาตกรอย่างเจ้า”

ฆาตกร...เจอคำนั้นตอกหน้าไปตรงๆ ชายหนุ่มก็หน้าชาไปเหมือนกัน แต่เพียงไม่นานความกลัวก็กลายเป็นโทสะ เพราะมันทำให้เขานึกขึ้นมาว่าตนเองต้องตกอยู่ในสภาวะนี้เพราะ ‘ใคร’

ไอ้คนสวมเสื้อคลุมปกปิดหน้าตานั่นแท้ๆ ! เพราะมันมาชักชวนเขาให้ยอมร่วมมือโกงการประลองกับแม่มดนั่น...แถมพอเขาแพ้ก็ยังมายุให้เขาตกลงฆ่าเฟลิมเพื่อขึ้นมาเป็นผู้ชนะแทนเสียอีก!

เพราะมัน...ถ้ามันไม่มาเสนอให้เขาทำเรื่องทั้งหมดนี้ แถมรับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าถ้าใช้เวทมนตร์จะไม่มีใครจับได้ เขาก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้หรอก...

“ข้า...ข้าไม่ได้ฆ่าใครสักหน่อย” ชาลัวห์คิดว่าตนควรยืนกรานไม่ยอมรับไปก่อน

“อ้อเหรอ” เสียงของหญิงสาวบอกชัดว่าไม่เชื่อ “ไม่ได้ฆ่าแล้วทำไมรับจะไปขอขมาพ่อแม่ของเฟลิมเขาล่ะ”

“ก...ก็ถ้าไม่ทำอย่างนั้น...ข...ข้าต้องตายแน่ๆ นี่นา ข...ข้าก็แค่หาทางเอาตัวรอดไปก่อนเท่านั้นเอง!”

เจ้าหล่อนส่งเสียง ‘ฮึ’ เบาๆ

“เจ้านี่มันน่าสมเพชจริงๆ”

“ทำไมถึงพูดอย่างนั้น!”

“ข้าจะเอาคำพูดเมื่อครู่นี้ไปบอกอาเมียร์ ดูซิว่าเขาจะทำอย่างไร”

ย...อย่านะ—!” ชาลัวห์ร้องเสียงหลง “ข...ข้าไม่ได้...ข้าก็แค่...ข้าแค่พูดความจริง ข้าไม่ได้ฆ่าใคร ต...ตอนนั้นข้าก็แค่คิดว่าเจ้าคนสวมผ้าคลุมนั่นพูดเล่น ก็เลย...ก็เลยรับคำไป”

“ในห้องไต่สวน นางแม่มดนั่นบอกว่าเจ้าสั่งให้นางฆ่าอาเมียร์ด้วย นั่นก็พูดเล่นๆ เหมือนกันหรือ อย่านึกว่าข้าจำไม่ได้นะ”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดได้ว่ารีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นดีที่สุด

“ท่านอยู่ในห้องไต่สวนด้วยหรือ ถ้าอย่างนั้น...ท่านก็คือนางกำนัลของเจ้าหญิงแอชลีนน์ใช่ไหม” เขานึกได้ว่าเธอดูคุ้นตาอย่างประหลาด “อ้อใช่ คนที่ข้าไปพบที่หน้ามหาวิหารในวันก่อนประลองนี่เอง!”

“ใช่” หญิงสาวรับเสียงเย็น “คนที่เจ้ามาทำรุ่มร่ามด้วยนั่นล่ะ”

“โธ่! ข้าก็แค่จะจูบมือทักทายท่านหญิงตามมารยาทเท่านั้นเองขอรับ ว่าแต่...ท่านหญิงมารู้จักกับไอ้...เอ้อ...กับคนทรายนั่นได้อย่างไรขอรับ”

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า ทำไมข้าต้องบอก”

“ข้า...ข้าเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์นะขอรับ ข้า...ที่ข้าบอกว่าเขาเป็นคนสวมผ้าคลุมนั่นเป็นเพราะข้าถูกทรมานให้รับสารภาพ ท่านก็เห็นมือข้าแล้วนี่ พวกมันทำเสียจนมือของข้าบาดเจ็บหนักขนาดนั้น ข้าพยายามทนไว้เต็มที่แล้ว...แต่สุดท้ายก็ต้องจำยอมสารภาพ ช่างน่าอดสูจริงๆ อ...อันที่จริง ข้าเป็นคนรักความถูกต้องนะขอรับ”

“อ้อเหรอ” เธอรับอีกครั้ง “ถ้ารักความถูกต้องจริงๆ ก็แสดงว่าเจ้าจะตอบคำถามต่อไปนี้ของข้าตามสัตย์สินะ”

“ขอรับ! แน่นอนขอรับ!”

“สาบานต่อองค์สุริยเทพ”

ชาลัวห์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตอบ

“ขอรับ...สาบานขอรับ!”

“ถ้าเจ้าพูดความเท็จ ขอให้ถูกองค์สุริยเทพลงทัณฑ์เสียให้มอดไหม้ในนรกชั่วนิรันดร์ พูดมาตามนี้”

“เอ่อ...”

“พูดสิ!” เจ้าหล่อนขู่ฟ่อ

“ถ้าข้า...พูดความเท็จ ข...ขอให้ถูกองค์สุริยเทพลงทัณฑ์เสียให้...มอดไหม้ในนรก...ชั่วนิรันดร์”

ชายหนุ่มบอกตนเองว่าคำสาบานมันก็แค่คำพูดลอยๆ เทพเจ้ามีอยู่จริงและจะมาลงโทษเขาจริงๆ ได้เสียที่ไหน คนที่เลวกว่าเขามีมากมายถมเถไป เขาไม่ใช่คนที่เลวที่สุดสักหน่อย

เขาได้ยินเสียงฝีเท้า แล้วก็เห็นหญิงสาวเดินมานั่งบนลังใบเดิม แสงแดดที่ส่องลงบนพื้นทำให้เขาพอเห็นเธอชัดขึ้น

ดูเหมือนเธอจะเด็กกว่าที่เขาคิดในทีแรก น่าจะอยู่ในวัยไม่เกินยี่สิบ ผมที่เขาเคยคิดว่าสีเข้มกว่านี้กลับดูอ่อนลง จัดอยู่ในสีระหว่างทองกับน้ำตาลเกาลัด เส้นผมนั้นยาวปรกหลังไหล่แทบจดเอว ผิวขาวเหมือนคนไม่ค่อยถูกแดด ส่วนหน้าตาเจ้าหล่อนก็น่ารักจิ้มลิ้มไม่เลว ตาโตสีน้ำตาลเข้ม ปากนิดจมูกหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับสวยสะดุดตามาก

ชาลัวห์มองเลยลงต่ำกว่านั้นตามความเคยชิน ร่างของเธอเพรียวบาง ไม่มีทรวดทรงโค้งเว้าเด่นชัด ผิดรสนิยมของเขา แต่ก็จัดได้ว่าน่ารักน่าทะนุถนอมดี

ทว่าคำพูดของเธอสิ ฟังดูไม่น่ารักน่าทะนุถนอมเอาเสียเลย

“เจ้าโกงสอบข้อเขียนหรือเปล่า”

จากคุณ : Anithin
เขียนเมื่อ : 24 พ.ค. 53 20:05:06




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com