สิรดนัยละสายตาจากนวนิยายวิทยาศาสตร์ในมือทันที ที่ได้ยินเสียงรถของน้องแล่นเข้ามาในบริเวณบ้าน มือหนาวางหนังสือในมือไว้บนโต๊ะก่อนจะเอนตัวลงบนโซฟานุ่มด้วยท่าทางสบาย ๆ
ทันทีที่ปัณฑ์ธรเปิดประตูบานใหญ่ของบ้านเข้ามา เขาก็รับรู้ได้ถึงรังสีอมหิตที่แผ่นซ่านไปทั่วบ้านท่ามกลางแสงสว่างเพียงไม่ กี่ดวงจากหลอดไฟตรงห้องรับแขกที่เปิดข้างไว้ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีว่าผู้ร่วมชายคาคนเดียวของเขาในบ้านหลังใหญ่ หลังนี้ยังคงรอที่จะสนทนากับเขาอย่างที่ได้บอกเอาไว้ก่อนจากกัน ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปทางทิศที่มีแสงสว่างลอดผ่านความมืดเพื่อพบกับพี่ชาย ด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก
สิรดนัยมองเห็นน้องชายที่เดินนิ่วหน้าเข้ามาทางเขาแล้วรู้สึกขัดใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่เขาจะของคุยกับปัณฑ์ธร น้องชายของเขาต้องมีสีหน้าเบื่อหรือไม่ก็ละเหี่ยใจที่จะพูดคุย ชายหนุ่มเก๊กหน้าขรึมก่อนที่จะเอ่ยทักน้องชายด้วยเสียงทรงอำนาจ
“ พี่รออยู่นานแล้ว ไปส่งผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยไหม ”
“ ครับ ” ชายหนุ่มตอบรับ เสียงเอื่อย พลางทำหน้าเมื่อยเหมือนไม่อยากจะคุย ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มไม่ไกลจากพี่ชายนัก
“ พี่มีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่าครับ ” ปัณฑ์ธรเลิกคิ้วถาม สีหน้ากวนอารมณ์ “ วันนี้ผมเหนื่อย มาก อยากพักผ่อน คงมีเวลาให้พี่ไม่มาก ”
สิรดนัยหรี่ตามองน้องชายอย่างใช้ความคิด ก่อนจะผ่อนลมหายใจแสดงความอ่อนใจกับพฤติกรรมของผู้เป็นน้องชาย ที่น้องชายเขาเป็นแบบนี้ก็คงจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเขาเองที่ไม่สามารถดูแล น้องชายให้ดีได้ตามที่พ่อแม่หวังเอาไว้
“ ปีนี้แกอายุ 25 แล้ว ควรที่จะทำตัวให้เป็นโล้เป็นพายเสียที ” เขาบอกอย่างจริงจัง “ แกเรียนจบมาตั้งนาน แต่ยังไม่มีการมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง อย่างนี้เมื่อไหร่จะได้แต่งานมีครอบครัวกับเขาเหมือนคนอื่น ๆ ”
ปัณฑ์ธรเลิกคิ้ว มองพี่ชายอย่างแปลกใจ
“ ผมรอพี่แดนแต่งก่อน ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงกวน ๆ ก่อนจะเอนตัวในลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟานุ่ม “ พี่แก่กว่าผมตั้งหลายปี แถมมียัยเดือนเป็นคู่หมั้นคู่หมายตั้งแต่เด็ก ๆ ทำไมไม่แต่งไปก่อนล่ะครับ ผมจะได้หมดห่วง ”
พอนักร้องหนุ่มพูดถึงว่าที่พี่สะใภ้ สิรดนัยก็ถึงกับทำหน้าเครียด เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าทั้งสิรดนัยและเพ็ญนีต์ต่างเข้ากันไม่ได้แบบสุดๆเพ็ญนีต์นั้นอ่อนกว่าเขาเกือบสิบปีแม้เธอเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาภายในเวลาสามปีครึ่ง แต่ยังคงมีความคิดความอ่านแบบเด็ก ๆ เอาแต่ใจตัวเองอย่างร้ายกาจ ความเป็นกุลสตรีติดลบ และห่างไกลคำว่า ‘เรียบ ร้อย’ ซึ่งน่าจะเป็นผู้หญิงแบบที่สิรดนัยชอบอยู่หลายขุม แต่ทุกคนต่างยังคงยืนยันว่าสมควรให้คนที่นิสัยเป็นผู้ใหญ่แบบสิรดนัย เหมาะแล้วที่จะดูแลเพ็ญนีต์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ใคร ๆ ต่างก็ทราบดีว่าเพ็ญนีต์มีใจให้กับปัณฑ์ธรและพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้ใหญ่มากเพียงไร
“ แกควรแต่งงานก่อนพี่ ยายเดือนเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย อายุแค่ยี่สิบเท่านั้น ”
ปัณฑ์ธรกลั้นหัวเราะกับท่าทางเครียด ๆ ของพี่ชาย
“ พี่คงอยากยืดเวลาให้มากที่สุดใช่ไหมล่ะ ” เขาลองใจพี่ชาย “ ใครก็อยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่นและเกิดจากความรัก ความเต็มใจของคนสองคนทั้งนั้น พี่เองก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นพี่อย่ามาบังคับผมเลยดีกว่าครับ พี่แดนคือคนที่ควรเข้าใจผมที่สุดไม่ใช่หรือ ”
“ แกมีคนรักอยู่แล้วงั้นหรือ ”
เขานึกถึงเด็ก ผู้หญิงคนเมื่อวานที่ปัณฑ์ธรเรียกเสียหวานแหววว่า ฮันนี่ เด็กผู้หญิงซึ่งเขาคุ้นหน้าเธอมาก หากแต่นึกไม่ออกว่าเคยพบเธอที่ใดคนนั้น ถ้าคนรักของปัณฑ์ธรคือเด็กคนนั้นจริง น้องชายของเขาก็คงเข้าข่ายพรากผู้เยาว์
“ เด็กคนนั้นหรือ ” เขาถามเสียงเรียบ แต่น้องชายทำหน้างงเหมือนไม่เข้าใจ “ เด็กที่พี่เจอ ที่ผับเมื่อครู่ไง ที่แกเรียกเขาว่า ฮันนี่ ”
เท่านั้น ปัณฑ์ธรก็คลี่ยิ้มหวาน
“ ไม่เด็กสักหน่อยครับ อายุเท่าผม ผมอ่อนเดือนกว่าด้วยซ้ำ”
สิรดนัยพยักหน้าเข้าใจ ความจริงผู้หญิงคนนั้นก็บอกกับเขาเช่นกันว่าเธอไม่ใช่เด็กแล้ว แต่เขาเองไม่อยากจะเชื่อเพราะเธอเมามาก แต่เมื่อได้ยินคำยืนยันจากน้องชาย เขาก็มั่นใจ
“ เธอเป็นลูกใครหลานใครกันล่ะ ” คำถามของพี่ชายทำให้เขานึกขัน ลองนึกถึงสาแหรกครอบครัวของมาธวี ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“ ผมไม่แน่ใจครับ รู้แต่ว่าพ่อมันเป็นกำนันหรืออะไรสักอย่างที่ต่างจังหวัด
แม่รับจ้างซ่อมเสื้อผ้าอะไรแบบนี้ ”
สิรดนัยนิ่งเงียบ ทันทีที่น้องชายพูดจบ เขาเม้มปากสนิทจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะมองน้องชายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ แกรักเธอมากมั๊ย...” เขาเห็นหน้าน้องชายเหมือนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด จึงพยายามอธิบายขยายความ “ พี่หมายถึง แกรักเขาจริงจัง หรือแกแค่คบกับเธอเล่น ๆ เหมือนพวกผู้หญิงที่ผ่านมา ”
ที่เขาพูดแบบนั้นเพราะรู้นิสัยของน้องชายดี ตั้งแต่ปัณฑ์ธรโตขึ้นมาเป็นผู้ชายเต็มตัว เขาก็คบหากับผู้หญิงมากมายแทบจะนับด้วยนิ้วไม่ถ้วน แต่เขาก็ดูเหมือนจะไม่เคยจริงใจกับใครสักคน ไม่เคยพาใครมาแนะนำ ไม่เคยพูดถึงใครเป็นพิเศษ มีก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไปส่งเขาที่สนามบินวันที่ปัณฑ์ธรไปเรียนต่อต่าง ประเทศ ผู้หญิงที่น้องชายแนะนำว่าเป็น ‘คนสนิท’ ของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น