Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ (และแมว) : ตอนที่ 2 ติดต่อทีมงาน

ตอนที่ 1 : http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W11888273/W11888273.html

-----------------------------------------------


2


นานหลายชั่วโมงแล้ว นับจากครั้งสุดท้ายที่ ส.ต.ต. ก้องเกียรติโทรศัพท์ถึงผู้บังคับบัญชา แต่เสียงที่ตอบรับกลับมา คือ ข้อความตอบรับอัตโนมัติจากโทรศัพท์มือถือและสัญญาณบอกให้ฝากข้อความเสียงเอาไว้ และแม้จะฝากข้อความเอาไว้ให้ติดต่อกลับ หากอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่มีท่าทีจะโทรศัพท์กลับมาเลย  

หรือว่าจะปิดโทรศัพท์มือถือหรือแบตเตอรี่หมด... เขาสันนิษฐาน แต่ยังไม่อยากปักใจเชื่อ ด้วยส่วนใหญ่แล้ว ทุกคนมักจะสามารถติดต่อบุคคลที่เขาโทรศัพท์ถึงได้เกือบตลอดเวลาอยู่แล้ว และในบางครั้ง แม้จะออกเวรกลับบ้านไปแล้ว ก็ยังอุตส่าห์สั่งการกลับมาทางวิทยุสื่อสารในกรณีที่มีการแจ้งเหตุผ่านวิทยุดังเข้าหูอยู่ก็มี  

“หมู่ก้อง ไปดูผู้กองหน่อยไป... แกอยู่คนเดียว จะเจ็บไข้ได้ป่วยไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ เห็นอยู่โรงพักไม่ได้กลับบ้านกลับช่องมาสองวันเต็ม ๆ แล้ว งานเข้าตลอดจนไม่ได้นอนเลย ตะกี้ลองโทรศัพท์เข้าบ้านก็ไม่ติด”

ด.ต. สมเจตน์ ซึ่งเป็นทั้งพี่เลี้ยงและเพื่อนร่วมงานบอกฝากไว้ก่อนออกไปพร้อมกับร้อยเวรอีกนายซึ่งได้รับแจ้งให้ไปดูที่เกิดเหตุ  และต่อให้ดาบเจตน์ไม่บอก เขาคงจะหาเวลาแวบออกมาดูเจ้านายด้วยความเป็นห่วงอยู่ดี...

ยิ่งหลังกลับจากไปหาแฟนที่กรุงเทพฯ มาคราวก่อน อาการของผู้กองก็ออกจะแปลก ๆ ไปจนสังเกตได้ หากไม่มีใครกล้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าตัวรวมถึงนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรทั้งหลายอยู่ในภาวะอารมณ์ไม่ดีนักกับงานธุรการที่เพิ่มเติมเข้ามาอย่างงานประกันคุณภาพที่ทำเอานายแต่ละคนกุมขมับไปตาม ๆ กัน แล้วไหนจะมีสำนักงานจเรตำรวจมาตรวจราชการเดือนหน้าอีก

ถึงผู้กองชัชพลจะดุ จะเข้มงวดขนาดไหน ทว่าแต่ละคำที่สอนหรือสั่งมาก็ทั้งแนะ ทั้งสอนทั้งเรื่องกฎหมายและการทำงานด้วยความหวังดี แล้วจะไม่ให้เป็นห่วงนายคนนี้ได้อย่างไร  

เมื่อจอดรถจักรยานยนต์ที่หน้าบ้าน แล้วมองลอดประตูรั้วต้นไม้เข้าไป ชายหนุ่มก็เห็นรถกระบะสีดำที่มองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็นของใครจอดสนิทอยู่ในโรงรถ แสดงว่า เจ้าของรถก็น่าจะอยู่ในบ้าน หากเมื่อเอื้อมมือไปกดออดบนประตู เขากลับพบว่าออกนั้นไม่ทำงาน เพราะไม่มีเสียงใด ๆ ดังเตือนให้คนในบ้านรู้ได้เลยว่า มีคนมาขอพบเลยสักนิด  

“ผู้กองครับ ผู้กองอยู่หรือเปล่าครับ ผมก้องเกียรติครับ เปิดประตูให้ด้วย” เขาป้องปากตะโกนเรียกคนในบ้าน หากเมื่อรออยู่ครู่หนึ่งแล้วเรียกซ้ำอีก ก็ไม่มีการตอบรับออกมาจากภายใน

นอกจากเขาแล้ว แมวลายสีส้มที่เหมือนจะเคยเห็นนอนอยู่บนหลังคารถกระบะของเจ้าของบ้านบ่อย ๆ ก็กำลังร้องอยู่หน้าประตู แต่ไม่มีคนเปิดประตูรับมันเช่นกัน

เขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น...  หากแม้จะรู้เช่นนั้น แต่เขาก็ฉุกคิดขึ้นได้อีกเรื่องหนึ่งซึ่งทำให้เขาลังเล

เอาไงดีวะ... ก้องเกียรติหันซ้ายหันขวา ถ้าปีนรั้วเข้าไปจะมีใครแจ้งความเขาฐานบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นหรือเปล่า แต่ถ้าไม่เข้าไป จะรู้ได้อย่างไรว่า สภาพการณ์ข้างในเป็นอย่างไร

‘นี่คุณ ถ้าขาดเจตนา หรือมีเจตนาแต่ขาดองค์ประกอบความผิดมันจะเป็นความผิดอาญาหรือเปล่า หา...’

ความรู้สึกว่าเหมือนได้ยินเสียงว๊ากของผู้บังคับบัญชาอยู่ข้างหู ทำให้เขาตัดสินใจได้ทันที... ก็ไม่ได้เข้าไปโดยไม่มีเหตุอันสมควรนี่นา แล้วจะผิดกฎหมายตรงไหนกัน

คิดได้แล้ว เขาก็ปีนรั้วบ้านพักของผู้บังคับบัญชาเข้าไปข้างใน แต่พอเข้าไปในบริเวณบ้านได้แล้วก็ต้องเกาศีรษะแกรก เพราะขั้นตอนถัดไปที่ต้องคิดตามมา คือ จะเข้าไปในบ้านด้วยวิธีไหน เนื่องจากประตูหน้าบ้านถูกล็อกจากด้านใน
เสียงร้องเหมียวจากเจ้าแมวอ้วนทำให้เขาสะดุ้ง และเมื่อก้มลงมองก็สะดุดกับสายตาของเจ้าแมวที่หย่อนก้นลงนั่งบนชานระเบียงและเงยหน้าขึ้นมอบตอบเขา สายตาของมันทำให้ชายหนุ่ม รู้สึกเหมือนถูกกดดัน ให้ต้องหาทางเปิดบ้านเข้าไปให้ได้

“หยุดนะ อย่าขยับ”

นี่ไม่ใช่คำพูดของเขาที่สั่งเจ้าเหมียวให้หยุดอยู่กับที่ แต่เป็นเสียงห้าวและเข้มของใครอีกคนหนึ่งซึ่งดังข้ามมาจากรั้วบ้านข้าง ๆ  เสียงนั้นไม่เพียงแต่มีอำนาจพอให้เขาต้องชะงักอยู่กับที่ หากอาวุธในมือของอีกฝ่ายที่เล็งตรงมาที่กลางอก แม้จะเป็นปืนลูกโม่รุ่นเก่า แต่สภาพที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและนกปืนที่ขึ้นไว้พร้อมปล่อยกระสุนทันทีที่เหนี่ยวไก ทำให้เขาเย็นวาบไปทั้งตัว และเลือกที่จะไม่เสี่ยง

“ยกมือขึ้น แล้วหันหน้ามาทางนี้”

เจ้าของปืนและคำสั่งดังกล่าวเป็นชายสูงวัย ประเมินอายุด้วยสายตา ไม่น่าจะต่ำกว่าเจ็ดสิบปี หากท่วงท่าในการจับอาวุธนั้นบ่งบอกถึงความแข็งแรงและทักษะที่ฝึกมาเป็นอย่างดี ผมสีดอกเลาที่ตัดเป็นรองทรงสั้นนั้น ทำให้สันนิษฐานน่าจะเคยมีอาชีพเป็นคนในเครื่องแบบไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มคิดว่าไม่ควรจะเสี่ยงขัดคำสั่ง

“ดีมาก... หันมาช้า ๆ” สำเนียงพูดชัด เน้น แฝงไว้ด้วยความระแวดระวัง  “ปีนเข้าไปทำอะไรในบ้านคนอื่น”

คำถามที่ตามมา ทำให้ก้องเกียรติแน่ใจว่าอีกฝ่ายน่าจะเคยเป็นตำรวจ และนั่นก็ทำให้อาการหายใจไม่ทั่วท้องเบาบางลงไปบ้าง “ผมมาหาผู้กองชัชพลที่อยู่บ้านหลังนี้ครับ”

“แล้วคุณเป็นใคร... ทำไมจะต้องเข้าไปด้วยวิธีแบบนั้น คุณไม่รู้หรือไงว่า ถ้าเกิดคนอื่นที่ไม่รึความกับคุณ นึกว่าคุณเป็นขโมย คุณจะถูกยิงตายไปเสียเปล่า ๆ”

นายสิบตำรวจหนุ่มกลืนน้ำลาย อยากจะหายตัวไปในตอนนั้น แต่สิ่งที่ทำได้ ณ เวลานี้ คือ ทำใจดีสู้เสือตอบคำถามไปตามความจริง

“ผม สิบตำรวจตรีก้องเกียรติ เป็นลูกน้องของผู้กองชัชพลครับ ทางเราติดต่อผู้กองไม่ได้ โทรหาก็ไม่รับ เรียกแล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหว ผมกลัวว่าผู้กองจะไม่สบายหรือได้รับอันตรายอย่างอื่น เลยตัดสินใจปีนรั้วเข้าไป เพราะกลัวไม่ทันการณ์ ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ว่าจะมีคนมาเห็นแล้วตัวเองจะเป็นอันตรายเลย... ถ้ายังไม่เชื่อ ผมให้ดูบัตรประจำตัวก็ได้”

“ไม่ต้องหรอก”

คำปฏิเสธง่าย ๆ ตรงข้ามกับท่าทีในคราวแรกที่ดูเหมือนไม่คิดเชื่อทุกคำที่เขาพูด และเป็นครั้งแรกที่ชายสูงวัยยิ้มออกมา เขาลดปืน หันปากกระบอกไปยังทิศที่ไม่มีคนอยู่ ลดนกปืนที่ขึ้นไว้ลงเพื่อความปลอดภัย ตรวจดูความเรียบร้อยก่อนเหน็บปืนเข้ากับขอบกางเกงด้านหลัง

“คุณใส่เครื่องแบบมาซะเต็มยศ ผมคงจะไม่รู้หรอกกระมัง ยกเว้นผมเป็นตำรวจเก่าที่แก่มากจนเลอะเลือน” เขาเอ่ย และยิ้มขันเมื่อเห็นชายหนุ่มรุ่นหลานถอนใจอย่างโล่งอก ต่อมาก็หน้าแดงด้วยความขัดเขินที่เพิ่งนึกได้ว่าตนเองแต่งเครื่องแบบมา

“ตกใจหรือ”

“ตกใจสิครับ” ส.ต.ต. ก้องเกียรติรับตามตรง “นึกว่าจะถูกยิงซะแล้ว”

ผู้สูงวัยกว่าหัวเราะหึ ๆ “ต่อให้ยิงถูกก็ไม่ตายหรอก กระสุนที่บรรจุในรังเพลิงเป็นกระสุนเปล่าทั้งนั้น ไม่มีหัว ยิงออกไปก็มีแต่เสียง”

ชายหนุ่มอุทานเบา ๆ เผลอจ้องมองอีกฝ่ายอย่างตื่นตะลึง ในขณะที่ชายสูงวัยยิ้มละไม พยักหน้าช้า ๆ ย้ำว่าสิ่งที่พูดคือความจริง “เกษียณแล้ว ผมก็ไม่อยากยิงใครให้เจ็บให้ตายอีก เลยกันเอาไว้ก่อนว่า ถ้าเกิดมีใครมือบอนเอาไปเล่น จะได้ไม่ลั่นออกมาให้เป็นอันตรายกับใคร นอกจากคนยิงจะหูดับไปชั่วคราวเพราะเสียงปืนเท่านั้น”

“ไปดูผู้กองของหมู่เถอะ ป่านนี้คงหลับจนเต็มอิ่มแล้วกระมัง”

“เอ๊ะ” คำกล่าวนั้นทำให้เขางงเป็นทวีคูณ และยิ่งประลาดใจมากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายโยนกุญแจพวงหนึ่งข้ามรั้วมาให้

“กุญแจบ้านของผู้กองชัชพล ฝากคืนให้เขาด้วย บอกว่า ผมเก็บเอาไว้ให้”



(มีต่อค่ะ)

จากคุณ : ปิยะรักษ์
เขียนเมื่อ : 7 พ.ค. 55 22:20:16




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com