Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
ลวะรัตน์เทวี บทที่ ๙ : ก่อนลาจาก...ตราบชั่วกาล ติดต่อทีมงาน

บทที่ ๙ : ก่อนลาจาก...ตราบชั่วกาล


จอมคนลวปุระเงยหน้าขึ้นจากข้อราชการมองไปทางตำแหน่งขวามือ อันเป็นที่ตั้งของตั่งเตี้ยสำหรับใช้ทำงานของพระมหาอุปราช เจ้าของตั่งยังคงก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่มีวี่แววว่าจะรู้ตัวเลยว่าถูกจ้องมองอยู่ ทั้งที่แต่ก่อนนั้น เพียงท่านปรายตาไปเจ้าชายรามราชก็รู้ตัวเงยหน้าขึ้นมารอฟังก่อนแล้วทุกครา พ่ออยู่หัวธรรมปารัชทอดถอนใจยาว ตลอดสามวันรวมทั้งวันนี้ เจ้าชายรามราชโหมงานหนักหมายเป็นเครื่องช่วยให้ลืมเรื่องของชายา แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนัก เพราะบางขณะท่านเคยเห็นเพลาที่ลูกเขยของท่านเผลอตัว เจ้าชายรามราชนั่งนิ่งมองไปทางหน้าต่าง ถ้าดูเผินๆก็เหมือนว่าพระมหาอุปราชพักสายตาด้วยการดูยอดไม้เขียว แต่เมื่อสังเกตจึงจะรู้ แววตาคู่นั้นทอดเหม่อไปแสนไกล  

“เจ้าราม”

พ่ออยู่หัวธรรมปารัชตัดสินใจขานนาม คนถูกเรียกวางปากไก่ในมือลงพลางเงยหน้าขึ้น

“เจ้าข้า พ่อท่าน”

“หากเจ้าไม่ประสงค์จักอยู่ช่วยราชการพ่อที่ลวปุระนี้ พ่อก็จักไม่บังคับขืนน้ำใจเจ้าอีก พ่ออนุญาตให้เจ้าตามจามเทวีไปที่เมืองเหนือได้”

เจ้าชายรามราชได้ฟังก็นิ่งอึ้งไปนิด ทุกวาจาที่ได้สนทนาด้วยเจ้าดวงใจเมื่อคืนยังคงจดจารอยู่ไม่ตกหล่นแม้สักคำ

“วันที่น้องเดินทาง พี่จักรอส่งเพียงประตูเมืองเท่านั้น จักไม่ไปไกลกว่านี้ น้องคงไม่ว่ากัน”

“น้องเข้าใจสิ้นทุกสิ่งเจ้าค่ะ น้องเองก็ตั้งใจจักขอเจ้าพี่เช่นกัน แต่เกรงเจ้าพี่จักน้อยใจจึงไม่ได้พูดไป”

“พี่น้อยใจนั้นเป็นของแน่ และเริ่มมานับแต่รู้ว่าท่านมหาฤๅษีขอแต่เพียงตัวน้อง มิได้ให้พี่ตามไปด้วย มาถึงเพลานี้ความน้อยใจดังว่านั้นไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว หน้าที่ของพี่ยังมีรออยู่ เป็นหน้าที่ที่พี่ไม่อาจละทิ้งไปได้ ด้วยเหตุนี้รามราชจักไม่ตามจามเทวีไปเมืองเหนือแน่”


ใช่ รามราชจะไม่ไปอยู่เมืองเหนือด้วยนาง รอยยิ้มขมปรากฏที่มุมปากก่อนตอบคำพ่ออยู่หัว

“พ่อท่านคงลืมไปแล้วว่าท่านมหาฤๅษีมิได้ขอตัวลูกไปด้วย ท่านขอเพียงเจ้าจามเทวีคนเดียว”

“ข้อนั้นถูกต้องอยู่ แต่เจ้าอย่าลืมว่าที่ท่านขอไปนั้นคือผู้ที่จักเป็นนางพญาครองเมือง แต่ผู้ติดตามนั้นมิได้บอกห้ามให้เจ้าไปนี่”

“แต่ลูกบอกนางไปแล้วว่ารามราชจักไม่ตามไป นางรู้และเข้าใจถ้วนทุกสิ่ง”

“ท่านมหาฤๅษีหาใช่คนใจไม้ไส้ระกำ หาไม่ท่านคงไม่ไปพบเจ้าด้วยตนเองเช่นนั้นเป็นแน่”

เจ้าชายรามราชพูดไม่ออก เพราะไม่คิดว่าท่านจะล่วงรู้ พ่ออยู่หัวธรรมปารัชยิ้มแล้วพูดต่อไปว่า

“พวกเจ้าคงเห็นพ่อเป็นคนแก่หูตาฝ้าฟางกันแล้วกระมัง หรือไม่ก็ลืมเสียแล้วว่าในลวปุระนี้มีสิ่งใดบ้างที่พ่อจักไม่รู้ไม่เห็น เพียงแต่บางครั้งเห็นแล้วรู้แล้วก็ต้องวางเฉย มิเข้าไปก้าวก่าย เช่นเรื่องที่ปริชมันคิดกำจัดจามเทวีนั้น”

“พ่อท่านรู้แต่ไม่ทำการสิ่งใดฤๅเจ้าข้า”

ผู้อ่อนวัยกว่าแทบผุดลุกขึ้นด้วยความไม่พอใจ เสียงที่เปล่งออกมาจึงห้วนกว่าที่ควรเป็น หากพ่ออยู่หัวธรรมปารัชไม่ถือสา

“มิใช่ไม่อยากทำ แต่ทำมิได้ คนเป็นพ่อเรือนหนึ่ง พ่อเมืองหนึ่ง และตระลาการอีกหนึ่ง ทั้งสามนี้จักต้องดำรงขันติและอุเบกขาให้ยิ่งกว่าคนทั่วไป เพราะการเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดออกนอกหน้านั้น ผลร้ายใช่ตกอยู่เพียงคู่กรณี แต่ยังขยายวงกว้างครอบไปถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองฝ่ายด้วย”

“แต่เรื่องนี้...”

“ตรองดูเจ้าราม พ่อรู้ เจ้ารู้ ทุกคนรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร แต่คนอย่างปริชมันกับกฤตมุขนั้น ถ้าไม่เห็นหลักฐานคาอยู่ในมือก็ยากจักยอมรับ อีกประการเล่า หากบุ่มบ่ามทำการใดไปเพลานี้ ใช่อันตรายจักตกอยู่กับจามเทวี หากทั้งลวปุระก็จักลุกเป็นไฟถ้วนหน้า จามเทวีเองก็รู้จึงนิ่งเสีย ครานี้เจ้าพอรู้ใจนางบ้างฤๅยัง”

ท้ายประโยคถามอย่างขันๆ เพราะรู้ว่าเจ้าชายรามราชออกจะหัวเสียเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ไม่น้อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะพูดต่อไปโดยไม่รอคำตอบจากคนที่ได้แต่ส่งยิ้มจืดๆ มาให้

“เอาล่ะ ตอบพ่อมาทีรึเจ้าราม ว่าเจ้าจักไปด้วยจามเทวีฤๅไม่ คิดให้ถ้วนเสียก่อนตอบคำนะเจ้าราม”

รอยยิ้มทั้งปวงเลือนหายไปสิ้น เจ้าชายรามราชไม่ตอบคำในทันที แต่กลับมองสบตาพ่ออยู่หัวธรรมปารัชแน่วนิ่ง ส่วนพ่ออยู่หัวธรรมปารัชเองก็ไม่หลบสายตา แต่ประสานกลับรอคอยคำตอบด้วยท่าทีสงบนิ่งเช่นกัน    



ท้องพระโรงชัยวันนี้แน่นขนัดด้วยราชทูตจากเมืองไกลและข้าราชบริพารน้อยใหญ่ที่มากันพร้อมหน้า แต่นั่นยังไม่เท่ากับลานกว้างด้านนอกที่บรรดานางข้าหลวงและมหาดเล็กของสารพัดเจ้านายที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการภายใน และที่ด้านนอกประตูวังซึ่งบรรดาราษฎรต่างมารอฟังข่าวจนพื้นที่อันกว้างขวางนั้นแลดูคับแคบไปถนัดตา เพราะวันนี้คือวันที่เจ้าหญิงจามเทวีจะต้องให้คำตอบกับสุกกทันตะฤๅษีแล้ว ทั้งเมื่อวานนี้ตลอดทั้งวัน ข่าวลือเรื่องเจ้าหญิงจามเทวีจะตามท่านสุกกทันตะฤๅษีไปเมืองเหนือแพร่สะพัดไปทั่วทั้งลวปุระ คนทั้งหลายจึงอยากมาฟังเองกับหู ว่าเจ้าหญิงจามเทวีจะตัดสินใจอย่างไรแน่      

จอมคนลวปุระทอดสายตามองหนุ่มสาวที่นั่งเรียบร้อยอยู่ที่ตั่งถัดลงไปทางเบื้องขวา สีหน้าของลูกรักนิ่งสงบอย่างคนที่ตัดสินใจถ้วนถี่แล้วเช่นเดียวกับเจ้าชายรามราชที่ไม่แสดงท่าทีอย่างใด พ่ออยู่หัวธรรมปารัชลอบถอนใจกับคำตอบที่เพิ่งผ่านพ้น แววตาฉายแววห่วงใยอาทรชัดเจน หัวใจของคนเป็นพ่อแม่ แม้จะรู้ว่าวันหนึ่งลูกแก้วอันเป็นที่รักก็ต้องจากอกไปมีชีวิตใหม่เป็นของตนเองก็ตาม หากพอถึงเพลาเข้าจริงก็อดใจหายมิได้

ธรรมเนียมพิธีการการทูตผ่านพ้น สุกกทันตะฤๅษีจึงเอ่ยถามความสมัครใจของศิษย์รัก สิ้นคำถามนั้น เสียงจ้อกแจ้กจอแจทางด้านนอกท้องพระโรงที่ได้ยินอยู่แว่วๆ พลันเงียบหาย เช่นเดียวกับในท้องพระโรงที่ทุกคนพร้อมใจกันหับปากสนิทเพื่อรอฟังคำตอบ เสียงที่กังวานอยู่ในท้องพระโรงเพลานี้จึงมีเพียงเสียงของเจ้าหญิงจามเทวีกับท่านสุกกทันตะฤๅษีที่โต้ตอบกันเท่านั้น

“เจ้าหญิงจามเทวี ขอเจ้าจงตอบคำเราด้วยน้ำใจแท้จริง เจ้ายินดีที่จักไปเป็นนางพญาในเมืองต้นน้ำโพ้นฤๅไม่”

“ข้าเต็มใจและยินดีนักครูท่าน”

สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งท้องพระโรงก็เงียบสงัดจนมาตรว่ามีเข็มสักเล่มหนึ่งหล่นบนพื้นก็จะได้ยินชัดเจน

“ตรองดูให้ถ้วนถี่ อย่ารับปากเราแต่พล่อยๆ”

“ตรองดีแล้วครูท่าน”

“ตัดสินใจดีแน่แล้วฤๅ เจ้าหญิงจามเทวี”

สุกกทันตะฤๅษีถามย้ำมาเป็นคำรบสอง เจ้าหญิงจามเทวีประนมมือขึ้นไหว้พลางตอบคำ

“ดีแล้วครูท่าน”

“จักไม่แปรเปลี่ยนใจภายหลังฤๅ”

“การใดข้าปลงใจแน่นอนแล้ว จักไม่แปรเปลี่ยนตราบวันสิ้นลม”

นางตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เรียกรอยยิ้มจากคนถามใช่น้อย ถ้วนสามคำรบที่นางยืนยันความตั้งใจแก่ธารกำนัลอันเป็นสักขีพยาน  

“เช่นนั้นแล้วจงให้สัจจาแก่เรา”

“จามเทวีขอให้สัจจา”

เสียงนั้นทรงอำนาจยิ่งกว่าทุกคราว ใช่เพียงกังวานเฉพาะในท้องพระโรงเท่านั้น แต่คนที่รอฟังอยู่ด้านนอกยังได้ยินชัดเจน พ่ออยู่หัวธรรมปารัชกับเจ้าชายรามราชหันมามองนางพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย บัดนี้ดวงหน้างามคมนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย แววรัศมีแห่งจอมนางปรากฏเด่นชัด ข้าราชบริพารทั้งปวงถึงกับขนลุกชันทั่วร่าง เมื่อนางปรายเนตรไปทางใด ผู้ที่อยู่ในรัศมีแห่งสายตานั้นต่างขยับตัวหมอบกราบลงโดยมิทันรู้ตัว ด้วยกิริยาที่ใช้กับพ่ออยู่หัวเท่านั้น พ่ออยู่หัวธรรมปารัชยิ้มบางๆ เพลานี้มั่นใจนัก นคราแห่งนั้นจะรุ่งเรืองไม่แพ้ลวปุระแน่  



ข่าวเรื่องเจ้าหญิงจามเทวีตกลงใจที่จะไปเมืองเหนือล่วงรู้ถึงไพร่ฟ้าลวปุระที่มารอฟังอยู่ด้านนอกวัง ต่างก็นิ่งอึ้งไปกันทั้งสิ้นเพราะไม่คิดว่าเจ้าหญิงจามเทวีจะตกลงใจเช่นนี้ ปฏิกิริยาหลังจากที่หายตกใจแล้วของคนเหล่านั้นแสดงออกต่างกันไป บ้างก็ร่ำไห้เสียใจที่จะไม่ได้เห็นเจ้าหญิงผู้ใจดีอีกต่อไปแล้ว บ้างก็เหงาซึมไป ขณะที่บางส่วนไม่ยอมรับว่าเรื่องที่ได้ฟังมาเป็นเรื่องจริง ทั้งยังคิดอีกด้วยว่าเจ้าหญิงจามเทวีถูกบังคับ จึงพยายามที่จะเข้าไปด้านในวังเพื่อถวายฎีกาคัดค้านให้จงได้ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทราบไปถึงพ่ออยู่หัวธรรมปารัชที่กำลังเตรียมการเดินทางให้ธิดาคนโปรดอยู่ในท้องพระโรง ภายหลังจากที่โหรหลวงคำนวณฤกษ์เดินทางให้เรียบร้อยแล้ว  

“นอกจากสมณชีพราหมณ์ หมอยา และช่างรวมถึงข้าราชบริพารจำนวนอย่างละ ๕๐๐ คนแล้ว เจ้ายังต้องการสิ่งใดติดตัวไปเมืองเหนืออีกฤๅไม่”

“หากพ่อท่านไม่ว่ากระไรแล้ว ลูกขอพระเสตังคมณีไปด้วยเจ้าค่ะ”

พ่ออยู่หัวธรรมปารัชยังไม่ทันตอบว่าอย่างไร ทหารนายหนึ่งก็วิ่งหน้าเริ่ดเข้ามาอย่างไม่กลัวว่าจะโดนลงอาญา จอมคนลวปุระนิ่วหน้านิดหนึ่ง

“มีการใดจึงเข้ามาโดยที่ข้ายังไม่ทันอนุญาต”

“ขอษมาเจ้าข้า พ่ออยู่หัว ด้วยบัดนี้ชาวบ้านที่มารอฟังข่าวเจ้าหญิงจามเทวีตัดสินใจนั้น เกิดไม่พอใจจักเข้ามาในวัง ข้าและคนอื่นๆ ช่วยกันกันเอาไว้มิให้เข้ามาได้เจ้าข้า”

“อ้าว! ไม่พอใจกระไร ลูกข้าตัดสินใจไปแล้ว จักให้แปรเปลี่ยนได้ฤๅ”

“พวกเขาว่า เจ้าหญิงจามเทวีไปเมืองเหนือก็เพราะถูกบังคับ จึงจักเข้ามาถวายฎีกาคัดค้านเจ้าข้า”


พ่ออยู่หัวธรรมปารัชได้ฟังเช่นนั้นก็มองไปทางสุกกทันตะฤๅษีอย่างเกรงใจแกมขอษมาในคราวเดียว เพราะอาการต่อต้านดังว่านี้ถือว่ารุนแรงไม่น้อย จะปล่อยให้เข้ามาก็เกรงเกิดอันตรายกับทูตทั้งปวง แต่จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก็เกรงว่าเหตุการณ์จะยิ่งรุนแรงบานปลายกว่าเดิม

“พ่อท่าน ให้ลูกออกไปพบพวกเขาเถิดเจ้าค่ะ”

เจ้าหญิงจามเทวีบอก นางรู้ถึงความลำบากใจของพ่ออยู่หัวดี

“พ่อว่าไม่เหมาะ”

“เช่นไรจึงเรียกว่าเหมาะเจ้าคะ ที่ชาวเมืองทำการเยี่ยงนี้ก็เพราะลูก ให้พวกเขาได้ฟังความจริงทุกสิ่งจากปากลูกจักดีกว่าเจ้าค่ะ”

“พวกเขาอาจทำร้ายลูกได้”

เจ้าหญิงจามเทวียิ้มอ่อนพลางส่ายศีรษะ หากน้ำเสียงนั้นเชื่อมั่นหนักหนา

“ลูกเชื่อในราษฎรของลูกเจ้าค่ะ”    

พ่ออยู่หัวธรรมปารัชจนต่อคำพูด ขณะที่เจ้าชายรามราชกับสุกกทันตะฤๅษียิ้มอย่างพอใจกับการตัดสินใจของนาง พ่ออยู่หัวธรรมปารัชคงลืมไปว่าเจ้าหญิงจามเทวีนั้นเป็นหญิงแต่เพียงกาย แต่หัวใจนางเด็ดเดี่ยวไม่ผิดชาย คุณลักษณะของนางมีทั้งอ่อนและแข็งอยู่ในตนเอง อยู่ที่นางว่าจะพลิกด้านใดขึ้นมาใช้เท่านั้น



ความวุ่นวายยังไม่สงบลงเมื่อเจ้าหญิงจามเทวีออกมายังที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าชายรามราชและข้าราชบริพารคนสนิท ชาวเมืองลวปุระพอเห็นเจ้าหญิงของตนออกมาพบเช่นนั้น ต่างก็รีบทรุดตัวลงไหว้ทันที ภาพความโกลาหลเมื่อครู่หายวับราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นจนทหารที่เฝ้าประตูวังยังอดทึ่งในพระบารมีไม่ได้

“แม่นาย แม่นายเจ้าข้า เขาว่าแม่นายจักไปเมืองเหนือฤๅเจ้าข้า”

ชายชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งถลาเข้ามาหา แต่ถูกทหารยกหอกในมือขวางเอาไว้เสียก่อน เจ้าหญิงจามเทวีเห็นก็สั่งเสียงห้วนอย่างไม่เคยเป็น

“ปล่อยเขาเข้ามา เขาไม่ได้ทำสิ่งใดผิดไยต้องขัดขวาง”

ทหารนายนั้นหน้าเสีย จำต้องปล่อยให้ชาวบ้านทั้งชายหญิงกรูเข้ามาหา คนที่อยู่ด้านหน้าทรุดตัวลงนั่งยองบ้างก็นั่งคุกเข่ายกมือไหว้ 'แม่นาย' ด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา

“แม่นายเจ้าข้า”

“จริง เราต้องไปเมืองเหนือด้วยมหาฤๅษีท่าน”

จอมนารีบอกเสียงอ่อนลง ร่างโปร่งระหงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเสมอด้วยคนเหล่านั้นอย่างไม่ถือตัว มือเรียวเอื้อมเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชราที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดให้อย่างอ่อนโยน ภาพนั้นยิ่งติดตราตรึงใจชาวลวปุระไม่เสื่อมคลาย

“แม่นายเต็มใจหรือถูกบังคับเจ้าข้า”

“เราเต็มใจไป หามีผู้ใดบังคับน้ำใจเราไม่”

“แม่นายไม่รักพวกเราแล้วหรือเจ้าข้า ไยจึงทอดทิ้งพวกข้าและเมืองลวปุระไปเยี่ยงนี้”

หญิงชราคนนั้นถามเสียงเจือสะอื้น ใช่เพียงเจ้าหญิงจามเทวีที่ตันอยู่ในอก แม้แต่เจ้าชายรามราชและข้าราชบริพารที่ติดตามก็ยังต้องเมินหน้าหนีเพื่อซ่อนน้ำตา ความรักความอาลัยของทวยราษฎร์เหล่านี้มิใช่การเสแสร้ง ชาวลวปุระล้วนเคยได้รับความเอื้ออาทรเมตตาจากเจ้าหญิงจามเทวี หากมิใช่ทางตรงก็โดยทางอ้อมเสมอ เมื่อรู้ว่าเจ้าหญิงผู้อารีของพวกตนต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไป จะไม่ให้ห่วงหาอาลัยได้อย่างไร


*** มีต่อค่ะ

จากคุณ : อินทรายุธ
เขียนเมื่อ : 6 ก.ค. 55 13:26:36




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com