ก่อนอื่นมีเรื่องชี้แจงเล็กน้อย
ตอนที่เราเอาเรื่องนี้ไปปะในบอร์ดอื่น เราวงเล็บไว้ข้างหลังว่า "เรื่อง
แปล+แปลง" เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เราไม่ได้แปลเรื่องนี้
จากจารึกตรง ๆ แต่ก็ไม่ได้เขียนใหม่หรือตีความใหม่เองเหมือน
อย่างเรื่อง lantern night เราเขียนเรื่องนี้ในกรอบของเรื่องที่มี
อยู่เดิมและรักษาเนื้อหา ( ไม่ใช่เนื้อความ ) เดิมไว้มากที่สุด สิ่งที่เพิ่ม
คือตรงที่เป็นช่องว่างซึ่งถ้าเพิ่มจะไม่ส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปทางใด
ทางหนึ่งเท่านั้น
เราจัดเรื่องนี้เข้าอยู่ในหมวด "เรื่องแปล" เพราะคิดว่าคงไม่มีใครแปล
มาก่อน แต่เมื่อเห็นของคุณ Thaipoet เรารู้สึกว่าตัวเองทำไม่ยุติ
ธรรม เพราะคุณ Thaipoet แปลอย่างเคารพต้นฉบับ และแปลได้
ดีมาก ภาษาสละสลวยชนิดที่เราเองคงทำไม่ได้ คิด ๆ อยู่ว่าจะทำ
อย่างไรดี ก็นึกได้ว่าก่อนนี้เคยแปล ( ง ) เรื่องชื่อ "แหวนของพระ
ราชา" มาก่อนเหมือนกัน และจัดเข้าหมวดนิทาน เพราะอย่างนั้น
ต่อไปนี้เราจะจัดกิลกาเมซเข้าหมวดนิทานด้วย ขอให้ทุกคนอ่านเรื่อง
นี้เหมือนฟังคนเล่านิทานคนหนึ่ง คนเล่านิทานคนนี้ขี้โม้สักหน่อย
ชอบใส่สีใส่ไข่เป็นที่สุด แต่ก็จะพยายามรักษาโครงเดิมไว้ให้มากที่
สุดเหมือนกัน
มีชื่อสองสามชื่อที่อยากเปลี่ยนตามจารึกของคุณ Thaipoet เพราะ
เห็นว่าแปลได้ถูกต้องกว่า คือ ริแมต - นินซัน แก้เป็น ริมัต-นินสุน
อูรัคแก้เป็น อุรุค เออร์ซานาบีแก้เป็นอุร์ชานาบี อานูแก้เป็นอานุ
และเอนกีดูแก้เป็นเอนคิดู ส่วนคำว่ากิกษุณี เมื่อตีความตามศัพท์แล้ว
เห็นว่าไม่เหมาะสมจริงอย่างที่คุณ Thaipoet บอก ดังนั้นต่อจากนี้จะ
ใช้นักบวชหญิงหรือนักบวชสตรีแทน
สุดท้ายนี้ต้องขอความกรุณาผู้ที่รู้เรื่องอยู่แล้ว ช่วยเหลือคนเล่านิทาน
คนนี้สักเล็กน้อย คืออย่ายกข้อความ หรือเอ่ยถึงเรื่องที่เรายังเขียน
ไม่ถึง แต่ให้ยกเป็นลิงค์แทน เพื่อที่ผู้อ่านจะได้เลือกอ่านหรือไม่อ่าน
ก็ได้ เพราะถ้าคนฟังรู้เรื่องเสียก่อน นิทานคงเสียรสชาติไป ขอ
ให้ช่วย ๆ กันปิดความลับหน่อยก็แล้วกัน ^^
ขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ เราไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนสนใจให้ข้อมูล
เรื่องมากขนาดนี้ ขอบคุณทุก ๆ คนที่อ่านและให้ความเห็นด้วย ขณะ
นี้ยังหารูปเพิ่มเติมจากที่คุณ Sasipop เคยให้ไม่ได้ เพราะเท่าที่ค้น
ในเน็ตเป็นรูปซ้ำ จึงขอผลัดไว้ก่อน
...ช่วย ๆ กันปิดคนยังไม่รู้เรื่องหน่อยนะ
ตอนที่แล้ว
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2141232/W2141232.html
...........................................................................
๒. เอนคิดู
ปวงเทพเจ้าทั้งหลายเฝ้ามองสิ่งที่อารูรูสร้างขึ้น และเกิดความสงสัย
พวกเขาคิดว่าสิ่งนั้นใกล้เคียงกับสัตว์ชนิดหนึ่งมากกว่ามนุษย์ เมื่อ
เกิดมา มันมีขนทั้งตัว เงียบใบ้ไม่รู้ภาษา มีกำลังป่าเถื่อนมหาศาล
มันไม่เข้าใจเรื่องราวของผู้คน ไม่รู้จักปลูกบ้านสร้างเรือนเช่นมนุษย์
ทั่วไป หากแต่อาศัยอยู่กับฝูงสัตว์ป่า มันกินหญ้าในทุ่งกับฝูงกวาง
ดื่มน้ำจากตาน้ำกับลา เทพเจ้าทั้งหลายเห็นสภาพของสิ่งที่อารูรู
สร้างขึ้นมาแล้ว ก็ไม่อาจนึกได้ว่าสิ่งมีชีวิตนี้จะแก้ไขกิลกาเมซผู้หยิ่ง
ผยองได้อย่างไร
เวลาผ่านไป เดือนหนึ่ง...สองเดือน เทพเจ้าบนสรวงสวรรค์เริ่ม
หมดความสนใจในมนุษย์ประหลาดที่อารูรูสร้างขึ้น ก็มันเป็นอย่างไร
เล่า ไม่เห็นทำสิ่งใดเลยนอกจากใช้ชีวิตเหมือนสัตว์ตัวหนึ่ง วันทั้งวัน
คลุกคลีอยู่กับฝูงกวางฝูงลา วิ่งโลดเต้นไปเหมือนไม่มีปัญญาคิด
ด้วยตัวเอง พวกเขาคิดว่าบางทีสิ่งที่อารูรูสร้างขึ้นคงผิดพลาดที่
ใดสักแห่ง และไม่ได้เอาใจใส่มันนักอีก
ในที่สุดแล้ว จึงมีเพียงอารูรูที่เฝ้าดูความเป็นไปของสัตว์มนุษย์ที่นาง
เรียกว่าเอนคิดู และมีเพียงนางที่รู้ว่าแท้จริงแก่นไส้ของเอนคิดูเป็น
มนุษย์ เขาไม่ได้มีสัญชาตญาณของสัตว์ หากแต่มีอารมณ์และความ
รู้สึกที่ซับซ้อนของคน เมื่อเขาอยู่ในฝูง เขาก็รักหวงแหนสัตว์ในฝูง
เหมือนญาติพี่น้อง เมื่อมีสัตว์ร้ายเข้ามากล้ำกราย เอนคิดูจะต้อง
ปกป้องฝูงก่อนเป็นอันดับแรก ในเวลากลางคืน เขาต้องขับสิงโต
และหมาป่าไปหมดสิ้นเพื่อให้แน่ใจว่าฝูงได้นอนสบาย ครั้นแล้วจึงล้ม
ตัวลงนอนเอง เขามักปกป้องตัวที่บาดเจ็บและอ่อนแอ ไม่เคยเข้า
ใจเหมือนที่ฝูงเข้าใจว่าผู้เข้มแข็งเท่านั้นที่ควรอยู่รอด และทุก ๆ ครั้ง
ที่มีความตายเกิดขึ้น เอนคิดูก็เป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้จักแสดง
ออกถึงความสูญเสียและเสียใจ
อารูรูเฝ้าดูเอนคิดู และเห็นวิญญาณของมนุษย์ในตัวเขา ความเป็น
มนุษย์ทำให้เอนคิดูแสวงหาสิ่งใหม่ ทั้งยังไม่อาจทนความซ้ำซากจำเจ
ได้ สัญชาตญาณนั้นบางครั้งก็บังคับให้เอนคิดูออกจากฝูง ท่อง
เที่ยวผจญภัยไปตามหุบเหวทุ่งราบและห้วยธารต่าง ๆ ครั้งหนึ่งเขา
เคยไปไกลถึงป่าซีดาร์ศักดิ์สิทธิ์ของเทพเอนลิล และเกือบถูกอสูรกาย
ที่ดูแลป่านั้นฆ่าตาย ทว่าถึงจะพบเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนั้น วิญญาณ
แสวงหาของเอนคิดูก็มิได้งำแสงลงเลยแม้แต่น้อย
อารูรูเห็นจิตใจของเอนคิดู และรู้ว่าเขาเริ่มสงสัยในตนเอง รูปร่าง
ของเขาไม่เหมือนทั้งกวางหรือลา ไม่เหมือนสัตว์อื่นใดในป่า ความ
คิดของเขาก็ไม่เหมือนพวกมัน ทั้งมีเรื่องราวหลายอย่างที่ไม่อาจติด
ต่อสื่อสารกับพวกมันได้ เอนคิดูมองตนเอง และสงสัยว่าตนเป็นใคร
เหตุใดจึงแตกต่างจากสิ่งที่อยู่รอบตัว
แต่ถึงกระนั้น เอนคิดูก็ยังคงเป็นมนุษย์ผู้เดียวที่บริสุทธิ์ที่สุดในแผ่นดิน
...
วันหนึ่งเอนคิดูพบสิ่งน่าประหลาดใจ มันทำด้วยไม้และผูกรัดด้วย
เชือก เมื่อกวางตกลงไปในเครื่องมือนี้แล้วก็ติดอยู่ไม่อาจดิ้นหลุด
ได้ เอนคิดูไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่เขาก็ทำลายของนั้นและช่วยเพื่อน
ของเขาออกมา
เมื่อเขาพบของเช่นเดียวกันอีก เอนคิดูก็ทำลายมันอีก เขาเข้าใจได้
ไม่ยากนักว่าไม้ลักษณะนี้เป็นอันตรายต่อฝูง แต่ถึงอย่างนั้น เอนคิดู
ก็ยังคงสงสัยว่าเครื่องมือลักษณะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นผู้สร้าง
ขึ้น จะว่าเกิดตามธรรมชาติก็ใช่ที่ เพราะรอบของสิ่งนั้นมักมีร่อง
รอยและกลิ่นประหลาดอยู่จาง ๆ เสมอ
ครั้นผ่านไปไม่นานนัก เอนคิดูก็เห็นกับตาว่ามีลาตัวหนึ่งตกลงไปใน
หลุม เขาไม่เห็นหลุมนั้น ลาก็ไม่เห็น เพราะก่อนนี้มันดูเหมือนพื้น
หญ้าไม่มีผิด ทว่าเมื่อเท้าของลาเหยียบลงไป พื้นดินก็ยุบหาย ลา
กรีดร้องสั้น ๆ เมื่อตกลงไปใน ครั้นแล้วเสียงของมันก็เงียบสนิทลง
เมื่อเอนคิดูเข้าใกล้หลุม เขาก็เห็นว่าที่ใต้หลุมนั้นมีแท่งไม้แหลมจำนวน
มากปักเอาปลายขึ้นอยู่ ลาตกลงไปถูกไม้แหลมเสียบจึงตาย ภาย
หลังเมื่อเอนคิดูเห็นพื้นหญ้าพื้นดินที่ลักษณะพิรุธอีกก็จะต้องตรวจ
และเมื่อตรวจแล้วปรากฏว่าเป็นหลุมแบบเดียวกันก็จะกลบเสีย ทว่า
ถึงกระนั้น ในใจของเอนคิดูก็สงสัย ใครกันขุดหลุมนี้ขึ้น และใคร
กันเป็นผู้ทำให้ไม้ที่ก้นหลุมแหลมได้...เขาทำได้อย่างไร
เอนคิดูไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่าสิ่งที่เขาเห็นคือกับดักและหลุมพรางของ
มนุษย์ และเมื่อตัวได้ยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้น ก็เท่ากับ
ว่าได้เกี่ยวข้องกับสังคมมนุษย์ด้วย จากนี้ไปไม่ว่าชอบหรือไม่ชอบ
ต้องการหรือไม่ต้องการ กาลเวลาที่เอนคิดูจะบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
มีอิสระเหมือนสายลม และเป็นสุขอยู่ในความไม่รู้ก็รังแต่จะต้องนับ
ถอยหลังเพียงถ่ายเดียวแล้ว
..........................................................................................
เสียงฟาดกำปั้นปึงลงกับพื้นโต๊ะดังไปทั่วสถานที่นั้น และทำให้คนทั้ง
หลายต้องหันไปดู
"ไม่ว่ามันจะเป็นใครหรือตัวอะไร ข้าก็ต้องจัดการกับมันให้ได้" เด็ก
หนุ่มนั้นร้องคำรามเป็นคำขาด "ข้าต้องฆ่ามัน ไม่อย่างนั้นคงได้อด
ตายกันพอดี"
คนทั้งหลายส่งเสียงแต่ในคอ อันที่จริงพวกเขาก็เห็นด้วยกับเด็กหนุ่ม
พวกเขาเป็นนายพราน แต่เดือนหนึ่งมานี้จับสัตว์ได้น้อยลงมาก เพราะ
กับดักที่เขาวางไว้มักถูกทำลาย และหลุมพรางที่ถูกขุดไว้ก็มักถูกกลบ
ทิ้ง เมื่อแรกเขาคิดว่ามันคงเป็นอุบัติเหตุ ต่อมาไม่นานนักก็เริ่มผิด
สังเกต หลุมพรางถูกกลบมากเกินไป กับดักถูกทำลายมากเกินไป
และพวกสัตว์ก็ไม่ควรจะฉลาดจนทำอะไรอย่างนี้ได้ด้วย
วันหนึ่งมีคนเห็นเหตุของความลำบากนั้นโดยไม่ได้เจตนา เขาเล่าว่าเขา
เห็นมันแต่ไกล ๆ ...มันเป็นสัตว์ประหลาด ยืนยืดตัวตรงเหมือนมนุษย์
มีขนขึ้นทั้งตัวและผมยาวสีเหมือนรวงข้างโพดสุก มันสูงนัก กล้าม
เนื้อหลังไหล่หนามีกำลัง เขาเห็นกับตาว่าสัตว์นั้นทำลายกับดักกับมือ
...กับมือเชียวนะ มันเอาขึ้นมาบิดหักทั้งมือเปล่า ๆ เขากลัวจึงลน
ลานหนีออกมาก่อนที่มันจะเห็น แต่ให้ตายเถิด ใครจะไปต่อกรกับ
สัตว์ประหลาดตัวใหญ่ขนาดนั้นได้เล่า
จากคุณ :
ลวิตร์
- [
26 มี.ค. 46 11:50:54
A:203.156.24.28 X:
]