กิลกาเมซ๓

    ตอนที่ ๑http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2141232/W2141232.html
    ตอนที่ ๒http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2149106/W2149106.html

    หายหน้าไปราวชาติเศษ ๆ เพราะ

    ๑.มีปัญหากับเนื้อเรื่องเล็กน้อย   เนื่องจากปรกติเมื่อเรื่องเป็นตำนาน  การ
    กระทำของตัวละครไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล   และวิธีเล่าเรื่องสามารถรับได้
    ในระดับนิทาน    แต่เมื่อเปลี่ยนวิธีเล่าใหม่   ใส่ชีวิตจิตใจให้ตัวละคร  ก็จำ
    เป็นต้องใส่เหตุผลให้ด้วย   เพราะถ้าไม่ใส่ให้  ตัวละครจะดูโง่ ๆ ชอบกล
    และคนเขียนจะติดขัด    ระหว่างนี้เกิดอุบัติเหตุหาเหตุผลบางอย่างให้ตัว
    ละครบางตัวไม่ได้   จึงเว้นเขียนไป

    ๒.ช่วงต้นเดือนมาจนถึงสงกรานต์มีเรื่องให้วิ่งไปวิ่งมามาก    ตอนงาน
    หนังสือออกจากบ้านทุกวันเพราะต้องไปขายหนังสือ     พอช่วงสงกรานต์
    นึกว่าจะได้หยุด   ก็มีประกาศิตมาจากสรวงสวรรค์ ( เห็นใครว่าพ่อแม่เป็น
    พรหมของลูก... ) ว่าต้องไปใต้ตลอดสงกรานต์    จึงไปใต้แต่โดยดี  และ
    ไม่ได้แตะคอมเลย

    ขอยืนยันว่าการหายตัวของเราไม่ใช่เพราะน้อยใจอะไรทั้งสิ้น    เราดีใจมาก
    เมื่อมีคนสนใจเรื่องเดียวกันและติชมมา  ถ้าไม่มีใครพูดอะไรเลย   ไม่มีใคร
    ติชม   เราคงรู้แต่เท่าที่ตัวเองรู้ไปตลอดกาล    ไม่มีทางได้เห็นมุมมมอง
    ของคนอื่นหรือความผิดพลาดของตัวเอง    ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีและตัวเราเอง
    ก็ไม่พอใจจะให้เป็นอย่างนั้น

    ต้องขออภัยในความล่าช้ามา ณ ที่นี้ ( ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว >_<'' )   ถ้า
    หากมีใครจำเรื่องเก่าไม่ได้   ตอนหน้าจะเริ่มทำเรื่องย่อให้   แต่ขณะนี้ขอ
    ผลัดไว้ก่อน

    ..............................................................................................

    ๓. เปลี่ยนเป็นมนุษย์

    ในระหว่างที่กิลกาเมซกำลังชื่นชมวิธีการของตน   และนายพรานหนุ่ม
    ยังยินดีที่มีผู้แก้ปัญหาให้นั้นเอง  ฮาร์ลอต ( นักบวชหญิง ) ซึ่งมิได้เอ่ย
    คำใดมาก่อนเลยก็พูดขึ้นแผ่วเบา

    "พระราชา" เธอเงยหน้าขึ้นเป็นครั้งแรก  ดวงตางามสีดำสนิทจ้องแน่ว
    นิ่งไปยังกิลกาเมซ "ท่านผู้เป็นกษัตริย์   คำสั่งของท่าน  ข้าซึ่งเป็นนัก
    บวชแห่งวิหารอิชทาร์ย่อมปฏิบัติตาม    ทว่า..."

    เธอทิ้งถ้อยคำไว้เพียงนั้น   เว้นจังหวะชั่วครู่หนึ่ง    ดวงตายังคงมอง
    ตาพระราชา   และความลึกลับน่าอึดอัดแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นในท้อง
    พระโรง

    กิลกาเมซไม่พอใจบรรยากาศเช่นนั้น  

    "ทว่าทำไมเล่า" กษัตริย์หนุ่มพูดอย่างรำคาญใจ

    "ทว่าเมื่อท่านเลือกปลูกต้นไม้ใดแล้ว    ท่านย่อมต้องลิ้มรสผลของมัน
    ด้วย" หญิงสาวบอกเรียบ ๆ "ข้าเป็นนักบวชแห่งวิหารอิชทาร์   และก่อน
    หน้านี้หลายวัน  เทพเจ้าได้บอกข้าถึงสิ่งที่จะเกิดในอนาคต    พระราชา  
    ข้าต้องเตือนท่าน   เพราะการกระทำของคนเราเป็นเช่นการปลูกต้นไม้
    เมื่อทำสิ่งใดก็ย่อมได้ผลเช่นนั้น   ไม่อาจแก้กลับคืนได้"

    กิลกาเมซโบกมือตัดบททันที

    "อนาคต  อนาคต" น้ำเสียงของเขาเย้ยหยัน "คิดหรือว่าจะเอาอนาคต
    มาข่มขู่แล้วข้าจะกลัว    ข้ารู้หรอกว่านี่เป็นแผนของเจ้า    เจ้าไม่อยาก
    ไปหาสัตว์ประหลาดนั้น    เพราะเจ้ารังเกียจว่ามันเป็นสัตว์    แต่...ฟัง
    ไว้เถิดฮาร์ลอต...เวลานี้เจ้าเป็นคนของข้า   และข้าไม่เคยกลัวเทพเจ้า
    หน้าไหนที่เจ้าอ้างมาตู่ทั้งนั้น   ที่นี่มีแต่ข้าที่เป็นเทพ   จงฟังคำสั่งของ
    ข้า   และจงปฏิบัติตามเสีย"

    ในระหว่างที่กิลกาเมซหัวเราะลำพองและอวดความยิ่งใหญ่ของตนอยู่
    นั้นเอง    ฮาร์ลอตที่ชื่อชัมฮัตก็นิ่งมองเขา    สายตาของเธอบังเกิด
    ความสมเพชแปลกประหลาดขึ้นแวบหนึ่ง   ทว่าหญิงสาวก็ไม่ได้โต้เถียง
    อะไรสืบไปอีก    เมื่อกษัตริย์หนุ่มแสดงความหยิ่งผยองของตนจนหมด
    สิ้นแล้ว   เธอก็เพียงแต่ก้มศีรษะเป็นทำนองรับคำสั่งเขาอย่างธรรมเนียม  
    และหันหลังออกจากท้องพระโรงไปเงียบ ๆ เท่านั้น

    นายพรานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง   ครั้นแล้วเขาก็คำนับบ้าง   และตามหญิงนัก
    บวชออกไป    เขาไล่เธอทันที่หน้าประตูวัง    ทั้งคู่เดินไปด้วยกันอีกระ
    ยะหนึ่ง   ก่อนที่เด็กหนุ่มจะปลุกน้ำใจให้กล้าและถามเธอขึ้นเบา ๆ

    "ฮาร์ลอต    กาลข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือ"

    เมื่อหญิงชื่อชัมฮัตนั้นหันมามองเขา   นายพรานก็รู้สึกว่าสีหน้าของเธอ
    ช่างดูลึกลับอย่างน่าประหลาด...เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังดีใจหรือเสียใจ   ไม่
    รู้ว่ากำลังคิดถึงสิ่งใด    แต่กระนั้น...เด็กหนุ่มก็แน่ใจว่าหญิงนี้มิได้คิด
    ร้ายต่อใคร   เพราะอย่างน้อยดวงตาของเธอก็อ่อนโยน   และเมื่อมอง
    มาทางเขา   ตาคู่นั้นก็เปี่ยมไปด้วยความเมตตา  

    "กาลข้างหน้าเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง   หากท่านทราบเสียก่อนแล้วมันจะเป็น
    อนาคตอีกได้อย่างไร" เธอบอกเขา "แต่...ถ้าหากท่านยังคงสนใจอยู่   ก็
    ขอให้รอดูอีกสักหน่อยเถิด ...บางทีท่านอาจจะได้เห็นผู้หยิ่งผยองต้อง
    กล้ำกลืนผลขมของสิ่งที่เขากระทำไว้เอง  และบางทีท่านอาจจะได้เห็นว่า
    ธาตุแท้ของสัตว์นั้นเป็นอย่างไร"

    หลังจากนั้น   ชัมฮัตก็เงียบเสีย  มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก

    ...

    รูปที่ปะมาเป็นกำแพงเมืองนินะเวห์ในหนังเรื่องกิลกาเมซที่
    มีคนทำเมื่อไรก็ไม่รู้   และพอเราค้นเจอก็อยากดูมาก -_-'
    ถ้าจำไม่ผิดนินะเวห์เป็นเมืองหลวงที่มีอยู่จริง   คนทำหนัง
    คงตีความว่าอุรุคฮาเวนคือเมืองนี้นั่นเอง

     
     

    จากคุณ : ลวิตร์ (ลวิตร์) - [ 19 เม.ย. 46 08:42:57 ]