ความคิดเห็นที่ 1
นายพรานหนุ่มพานักบวชไปยังตาน้ำ เขาบอกเธอว่าที่นี่เป็นที่ซุ่มสัตว์ ชั้นดี และสัตว์ประหลาดจะต้องมาดื่มน้ำไม่ช้าก็เร็ว ระหว่างเวลาผ่าน ไปนั้น เขาก็เล่าให้เธอฟังว่าเขาพบสัตว์ดังกล่าวอย่างไร ว่ามันเที่ยว อาละวาดทำลายกับดักและถมหลุมพรางอย่างไร เขาบอกไปตลอดถึง เรื่องต่าง ๆ ที่พวกนายพรานร่ำลือและสันนิษฐานกัน เช่นว่าสัตว์นั้น มาจากขุนเขา เป็นผีปีศาจซึ่งเทพเจ้าส่งมา
"เขาชื่อเอนคิดู" ชัมฮัตตอบอย่างสงบ "...และ...บางทีอาจจะถูกของ ท่าน เขาเป็นบุตรแห่งขุนเขา เพราะเขาไม่มีทั้งบิดาและมารดา"
"ท่านทราบได้อย่างไร" นายพรานถาม หากแต่หญิงสาวไม่เคยตอบ เขาจึงคิดว่าเธอช่างลึกลับและเต็มไปด้วยปริศนา เขาเคารพเธอ ออก จะเห็นใจในหน้าที่ที่ได้รับ แต่ก็ไม่อาจวางตัวสบายใจกับหญิงนี้ได้ ดัง นั้นเมื่อเวลาผ่านไป เขาจึงค่อย ๆ พูดกับเธอน้อยลงทุกที และในที่สุด ทั้งสองก็เพียงแต่เฝ้าดูตาน้ำผ่านพงหญ้าสูงกันเงียบ ๆ เท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไปได้สามวัน นายพรานก็แตะแขนฮาร์ลอตแผ่วเบา ชี้ให้ เธอดูฝูงสัตว์หนึ่งที่เพิ่งออกมาจากราวป่า เมื่อชัมฮัตเพ่งสายตามาก ขึ้น เธอก็เห็นว่ากลางฝูงนั้นมีร่างสูงใหญ่ประหลาดอยู่
"นั่นมันละ" พรานหนุ่มกระซิบ
ฮาร์ลอตพยักหน้าเล็กน้อย ครั้นแล้วก็เอ่ยกับเขาเบา ๆ
"ขอบคุณ จากนี้ขอให้ท่านกลับบ้านเสียเถิด"
นายพรานแปลกใจ ดังนั้นหญิงสาวจึงหันมาทางเขา
"กลับบ้านเถิด" เธอบอกซ้ำ "ไปหาบิดาของท่าน และบอกเขาว่ากษัตริย์ กิลกาเมซได้จัดการกับสัตว์ประหลาดเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ขอให้ท่าน จับสัตว์ได้มากและมีความสุข ไปเสีย และอย่าหันหน้ากลับมาอีก"
เด็กหนุ่มฟังคำเธอ เขาไม่รู้ว่าเหตุใด แต่ก็ค่อย ๆ ถดถอยจากไป และทั้งที่ใจสงสัยมากมายว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้ หันกลับไปมองอีกเลย
...
เอนคิดูวิ่งไป สายลมเย็นปะทะใบหน้าของเขา ตีกระทบจนเส้นผม ปลิวไปด้านหลัง หัวใจของชายหนุ่มพองโตคึกคะนอง เขาวิ่งนำฝูง กวาง กู่ร้องท้าทายให้สัตว์ใดก็ได้ในพงไพรนี้มาวิ่งแข่งกับตน เท้า เปล่าของเขาย่ำไปบนทุ่งหญ้าราวเหินบิน และดวงใจก็เต้นไปด้วยจัง หวะเร้าเริง
เอนคิดูกำลังสบายใจ เวลานี้การพบกับสัตว์ประหลาดเมื่อหลายวัน ก่อนแทบจะเลือนเป็นความฝันหมดสิ้นแล้ว และชายหนุ่มก็มิได้คิดจะ เก็บมันมาตรึกตรองอีก เขาเข้าใจว่าสัตว์ประหลาดในโลกนี้มีอยู่มาก มาย ทว่าฝูงของเขา ที่เขาควรใส่ใจมีเพียงกวางกับลา ดังนั้นสัตว์ อื่นจึงเป็นสัตว์อื่น มิได้เกี่ยวพันกับเขาแต่ประการใด และไม่ควรจะ ต้องเอามากังวลสนใจอีก
ทว่าเมื่อวิ่งใกล้ตาน้ำมากเข้า ฝีเท้าของเอนคิดูก็เริ่มเปลี่ยนไป เขา ได้กลิ่นอะไรบางอย่างอีกแล้ว ทั้งยังเป็นกลิ่นที่ไม่คุ้นเคย ชายหนุ่ม ผ่อนจังหวะวิ่งช้าลง และเมื่อเข้าใกล้กลิ่นนั้นเต็มทีก็หยุดยืนนิ่ง เขา ไม่เคยกลัวใครก็จริง แต่ประสบการณ์ที่แทบจะถูกฆ่าตายคราวป่าซี ดาร์ก็สอนให้เขารู้จักระแวง และดูลาดเลาเสียก่อนจะบุกเข้าไป
พงหญ้าที่ตรงข้ามตาน้ำนั้นสั่นไหว บ่งบอกให้รู้ได้ไม่ยากนักว่ามีสัตว์ อื่นอยู่ เมื่อเอนคิดูเพ่งมองมันนิ่ง เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา
"เอนคิดู"
ครั้นแล้วร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากพงหญ้านั้น เอนคิดูไม่เคยเห็นสัตว์ ชนิดนั้นมาก่อนและไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่บางสิ่งในตัวของเขากลับ บอกว่าสิ่งนี้ช่างงามยิ่งนัก ...งามเหลือเกิน
"เอนคิดู" สิ่งนั้นเรียกอีกครั้ง "ท่านชื่อเอนคิดู รู้ตัวหรือไม่"
เอนคิดูไม่รู้ ไม่เคยมีคนบอกชื่อให้เขาฟังมาก่อน นอกจากนั้นเขาก็ ไม่ได้ตั้งใจฟังคำที่เจ้าสิ่งดังกล่าวพูดมากนัก เพราะยิ่งร่างของมัน ยืนตรงชัดเจนเช่นนี้ ชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสวยงาม สมอง ของเขาหมุนปั่นป่วนคิดเปรียบเทียบมันกับสิ่งดีเยี่ยมต่าง ๆ ที่เคยเห็น มาก่อนในชีวิต ใช่...ตาของสิ่งนั้นเหมือนดวงตาของกวาง ใหญ่ดำ ขลับและดูโศกเศร้าเหมือนกัน รูปร่างของมันกลมกลึง เอวอ่อน เหมือนเอวนางสิงห์ และท่วงท่าขยับร่างกายก็แทบจะงดงามเสมอ เหมือน นอกจากนั้น...เขาก็รู้สึกว่าสิ่งตรงหน้านี้กำลังเปล่งประกาย นุ่มนวลอ่อนโยนเหมือนแสงจันทร์ เมื่อเห็นแล้วก็เยือกเย็น และทำให้ รู้สึกสบายตา
เอนคิดูขยับไปอีกก้าว เขาคิดว่าสิ่งนี้คงเป็นสิ่งดี ชายหนุ่มจึงรู้สึกสนิท ใจ อยากเข้าใกล้มัน
ทว่าก่อนที่จะทำเช่นนั้น สัตว์ดังกล่าวก็ถอนหายใจ เลื่อนมือยาวเรียว ขึ้นไปที่บ่า ปลดสิ่งที่พันร่างกายไว้ลงมา และเปลื้องทิ้งกับพื้นดิน
เอนคิดูไม่รู้ว่าทำไม แต่ทันทีที่มันทำดังนั้น ความรู้สึกเยือกเย็นอ่อน โยนเมื่อครู่ก็หายวับไป บัดนี้หัวใจในอกของเขากลับเต้นกึกก้องเหมือน ตีกลอง แรงเต้นของมันฟาดลงกับเนื้ออ่อนจนเจ็บไปทั่วช่องอก มัน เต้นเร็วจนแทบกระเด็นออกมาทางปาก และในขณะที่หัวใจระรัวเป็น จังหวะกระชั้นเช่นนั้น เอนคิดูก็รู้สึกร้อนไปทั้งตัว...ร้อนไปหมดตั้งแต่ หน้าถึงลำคอ ตั้งแต่อกไปจรดแขนขา ...เขารู้สึกราวกับมีไฟสุมจน ผ่าวเผา ร้อนจนแทบทนไม่ได้ ร้อนจนทุกข์ทรมาน
สัตว์นั้นเดินมา...อ้อมบ่อน้ำ และเดินมา ใจเอนคิดูยิ่งเต้นรุนแรง ร่างกายของเขายิ่งไหม้ยิ่งร้อน ครั้นแล้วสัตว์แสนงามก็ยกมือขึ้น โอบรอบไหล่ของเขาแต่แผ่วเบา
"ข้าต้องขอโทษท่าน และจะขอโทษทั้งรู้ว่าสิ่งนี้ถูกกำหนดมาแล้วโดยเทพ เจ้าจากเบื้องบน" สัตว์ดังกล่าวพูดกับเขาด้วยภาษาที่ชายหนุ่มไม่เข้าใจ "แต่ข้ามีหน้าที่ต้องนำท่านกลับไป นี่เป็นหน้าที่ และเป็นโชคชะตา"
และแล้วริมฝีปากแดงระเรื่อนั้นก็ชิดเข้ามา...ประกบสนิทลงบนริมฝีปาก ของเอนคิดู
............................................................................................
เอนคิดูแห่งขุนเขาฝันไป เขาคิดว่าเขากำลังเดินอยู่ในทุ่งร้างซึ่งไม่มีสัตว์ และปราศจากต้นไม้ ในขณะที่เดินไปนั้น ชายหนุ่มก็แว่วเสียงใครคน หนึ่งกำลังพูดกับเขา เอนคิดูเข้าใจภาษาดังกล่าวทุก ๆ คำ เข้าใจความ หมายของมันดีเท่า ๆ กับที่เคยเข้าใจกิริยาท่าทางของกวางและลา เมื่อ เสียงนั้นพูดกับเขา ชายหนุ่มก็ตั้งใจฟัง
...เจ้าชื่อเอนคิดู...เสียงดังกล่าวบอกเขา...เจ้ามีกำเนิดมาแต่ธรรมชาติ ปราศจากญาติพี่น้อง ไม่มีวงศ์ตระกูลหรือที่มา เจ้ามายังโลกนี้เพราะ มีหน้าที่ต้องทำ ทว่าเพื่อให้หน้าที่นั้นสำเร็จ เราจำต้องปิดงำปัญญา ของเจ้าเสียและให้เจ้าอยู่กับสัตว์ป่า เราปรารถนาให้จิตใจของเจ้าซื่อ ตรงเหมือนสัตว์เหล่านั้น ให้เจ้ามีชีวิตสืบไปข้างหน้าโดยซื่อ แต่มิได้ ต้องการให้เจ้าเป็นเช่นพวกมัน ดังนั้นเมื่อวันหนึ่งมาถึง เมื่อโลกของ เจ้ากลับตาลปัตรพลิกผัน เมื่อทุกอย่างผิดเพี้ยนราวกลับด้านในมา ด้านนอก เมื่อเจ้าเป็นทุกข์และโหยไห้เพราะไม่อาจคืนไปเป็นเช่นเดิมได้ อีก เราจะคืนสิ่งที่ปิดบังไว้ให้เจ้า และให้เจ้าได้เข้าใจ...
เอนคิดูยังคงย่ำเท้าต่อไปข้างหน้า ทว่าในเวลานั้นเอง ความรู้สึกที่ไม่ เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็ปรากฏกับเขา เหงื่อของชายหนุ่มหลั่งไหลลงมา ตามใบหน้าร่างกาย เท้าและข้อเข่าของเขาฝืดเฝือแปลกประหลาด ก่อนนี้เอนคิดูมีแต่วิ่งตะบึงคึกคะนอง ไม่เคยเหนื่อยไม่เคยกลัวใคร มาเวลานี้เขากลับรู้สึกเหนื่อยล้า รู้สึกว่าหัวใจหนักอึ้ง และมีความกลัว แปลกประหลาดราวกับเงาสีเทาเกิดขึ้นภายใน
...อย่าให้ข้าได้รู้สิ่งนี้เลย...เขาร้องต่อเสียงนั้น...ข้าไม่ต้องความทุกข์ เช่นนี้...
...เจ้าเป็นมนุษย์ เจ้าเกิดมาพร้อมกับความทุกข์และความบกพร่อง... เสียงดังกล่าวตอบเขา...แต่อย่าได้เสียใจ เราจะชดเชยความทุกข์นั้น ด้วยอีกสิ่งหนึ่งเช่นเดียวกับที่เราชดเชยแก่มนุษย์ทุกคน มีชีวิตอยู่ต่อ ไปเถิด เอนคิดู เรียนรู้การเป็นมนุษย์ และสอนให้ผู้ไม่เข้าใจได้เข้า ใจ เพราะเจ้าเกิดมาเพื่อหน้าที่นั้นแต่เพียงประการเดียว...
......
เอนคิดูลืมตาขึ้นจากความฝัน ท้องฟ้าพลบลงแล้ว ตะวันยอแสงเป็น สีส้มและสีชมพู คอของเขาแห้งเป็นผง ในสมองสับสนเป็นภาพเลอะ เลือนไม่แน่นอน เมื่อชายหนุ่มลองขยับตัวดู กล้ามเนื้อของเขาก็แข็ง กระด้างเหมือนท่อนไม้ เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง แต่ก็เท้า มือลงกับพื้น และยืนขึ้นมองรอบตัว
รอบตาน้ำแห่งนั้นยังมีสัตว์อยู่อีกไม่น้อย มีทั้งฝูงกวางของเอนคิดู และสัตว์อื่น ๆ ที่เป็นมิตรสหายของเขา ในภาวะที่สมองสับสนเช่น นั้น ชายหนุ่มก็คิดจะไปหาฝูงเพื่อจะได้กลับสู่ป่าด้วยกัน ทว่าน่าแปลก เหลือเกิน ทันทีที่เขาก้าวขาออกเท่านั้น กวางทุก ๆ ตัวก็พากันสะดุ้ง ตกใจ มันมองเขา สายตาของมันเหลือกระแวงแสดงความกลัวที่ เอนคิดูไม่เคยเห็นมาก่อน และเมื่อชายหนุ่มก้าวไปอีกก้าวหนึ่ง สัตว์ ทุกตัวในที่นั้นก็ไหวร่างวูบ ถีบเท้ากระโจนหนีไปทันที
"ไปไหนกัน" เอนคิดูร้องตะโกน ครั้นแล้วเขาก็นิ่งไป...ตกใจกับเสียง ที่ออกมาจากลำคอของตน ก่อนนี้เขาไม่เคยรู้คำเหล่านั้น ไม่เคยร้อง ตะโกนภาษาอะไรเช่นนี้มาก่อนเลย
เสียงของเอนคิดูดังไปในท้องทุ่ง ก้องคำรามและส่งให้สัตว์ทั้งหลาย ยิ่งหวาดกลัว พวกมันวิ่งเร็วเข้าอีก ...วิ่งเร็วจนเอนคิดูหวาดกลัวว่า ตนจะถูกทอดทิ้ง ดังนั้นเขาจึงเร่งฝีเท้าจะตามพวกมันไป ทว่าเมื่อก้าว ขาออกแล้ว ชายหนุ่มก็ยิ่งตกใจ ข้อเข่าของเขาไม่ขยับดังปรารถนา แต่กลับขัดแข็งประหลาด และแม้เอนคิดูจะออกวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่กำลัง กายจะพาไปได้ ฝีเท้าของเขาก็เชื่องช้ากว่าก่อนนี้เป็นอันมากจนไม่อาจ ไล่ทันฝูงกวางได้เสียแล้ว
"อย่าไป" ชายหนุ่มร้อง แต่ไม่มีสัตว์ใดเข้าใจภาษาของเขา พวกมัน พากันจากไปไกลจนเห็นเป็นเพียงจุดดำ ๆ และในที่สุดก็หายเข้าราว ป่า...ทิ้งเอนคิดูไว้ข้างหลังแต่เพียงผู้เดียว
ชายหนุ่มยืนอยู่คนเดียวกลางทุ่ง ...อ้างว้างว่างเปล่าเหมือนในความฝัน ก่อนนี้ใจของเขาบริสุทธิ์เยาว์วัย ปราศจากความทุกข์กังวลใด ทว่า ขณะที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่นั้น ความทุกข์สีเทาก็เริ่มคืบคลานมาสู่ของเอน คิดูเป็นครั้งแรก เกาะกินและกระซิบคำชั่วร้ายลงในดวงใจเจ็บปวด ของเขา ขับให้ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนฝังรากแผ่ใบใหญ่โต และ ให้ร่างกายเข้มแข็งของชายหนุ่มต้องสั่นเทาด้วยความเสียใจหวาดกลัว
เขาไม่รู้จักโลกอื่นใดนอกจากโลกในป่าเขา ไม่มีเพื่อนใดนอกจากสัตว์ ป่าเหล่านั้นอีกแล้ว
...ต่อจากนี้ไปเขาจะเป็นอย่างไร
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลังเอนคิดู
"เอนคิดู...ท่านผู้สง่างามราวเทพเจ้า" เสียงนั้นเรียกเขา "อย่าได้เสียใจ เลย ที่ของท่านไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกพ้องของท่านก็ไม่ใช่สัตว์ป่าเหล่านั้น"
...
รูปนี้เป็นปกหนังสือภาพเด็กซึ่งทั้งชุดมีสามเล่ม เนื้อเรื่อง อิงตำนานกิลกาเมซ ได้ข่าวว่าได้รางวัลหนังสือยอดเยี่ยม ที่เมืองฝรั่งเมื่อหลายปีก่อนด้วย
จากคุณ :
ลวิตร์
- [
19 เม.ย. 46 08:47:20
]
|
|
|