CafeTech-ExchangePantip MarketChatTrendyMobilePantown



    พ่อมดน้อย

    พ่อมดน้อย

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
    มีดินแดนแห่งเวทมนต์อันเป็นที่อยู่ของบรรดาเหล่าพ่อมดแม่มดทั้งหลาย
    พวกพ่อมดแม่มดที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้นั้น แทบไม่ต้องขยับตัวทำอะไร
    หากต้องการจะไปที่ไหน ก็เพียงร่ายมนต์ลงไปที่ไม้กวาดบินได้
    หากต้องการจะขุดดินในสวน ก็เพียงร่ายมนต์ลงไปที่บรรดาจอบเสียมที่เตรียมเอาไว้
    หากต้องการปัดกวาดบ้าน ก็เพียงร่ายมนต์ลงไปที่ไม้ขนไก่ ไม้กวาดและไม้ถูพื้น

    ดังนั้นภาพที่เราจะเห็นเมื่อเดินทางไปเยือนเมืองแห่งเวทมนต์ก็คือบรรดาข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
    พากันทำงานด้วยตัวของมันเอง โดยมีพวกพ่อมดนั่งร่ายมนต์อยู่ข้างๆ

    แต่เพราะพวกพ่อมดเอาแต่ใช้เวทมนต์คาถา และไม่ยอมทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง
    ทำให้พวกเขาอ่อนแรงลงทุกวัน (เหมือนเวลาที่เด็กๆเอาแต่นั่งเล่นเกมไม่ยอมออกกำลังกาย)
    ในที่สุดบรรดาพ่อมดแม่มดต่างก็พากันป่วยไข้
    โดยเฉพาะพวกเด็กๆนั้น จะเห็นชัดว่าแก้มที่เคยแดงเปล่งปลั่งสดใส
    กลับกลายเป็นซีดเผือดแทบไม่มีสีเลือด

    "หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ลูกๆของพวกเราทั้งหมดคงไม่มีแม้แต่แรงจะร่ายเวทมนต์แน่ๆ"
    บรรดาแม่ๆแม่มดต่างปรึกษากันอย่างกังวลใจ

    "เอาอย่างนี้ดีไหม เราจะให้โรงเรียนพ่อมดจัดการแข่งขันวิ่งระยะไกล"
    ครูใหญ่แห่งโรงเรียนพ่อมดเสนอ

    "ท่านหมายถึงแข่งขันขี่ไม้กวาดทางไกลเหรอ"
    หัวหน้าพ่อมดถาม

    "ไม่ใช่ แข่งขันวิ่งแบบที่ต้องใช้สองขาวิ่งจริงๆ พวกเด็กๆจะได้ออกแรงบ้าง
    และหากพวกเขาได้ออกกำลังสักครั้ง พวกเขาจะรู้เองว่ามันสนุกแค่ไหน"
    ครูใหญ่ตอบ

    "เออจริงด้วยสินะ ฉันยังจำได้ ตอนที่วิ่งไกลๆจะรู้สึกได้เลยว่าหัวใจเต้นดังตุบๆ
    หน้าแดงก่ำ และรับประทานอาหารค่ำได้อร่อยกว่าปกติ เหนื่อย..แต่ก็สนุกมาก"
    บรรดาแม่ๆแม่มดต่างหัวเราะต่อกันอย่างสนุกสนาน เมื่อนึกถึงความสนุกตอนได้เล่นออกกำลัง

    เมื่อตกลงได้ดังนั้น โรงเรียนพ่อมดจึงได้ประกาศให้มีการจัดงานแข่งขันวิ่งระยะไกล
    เด็กๆต่างพากันตื่นเต้น เพราะมีการจัดตกแต่งถนนที่ใช้แข่งวิ่งด้วยธงสีต่างๆมากมาย
    และสำหรับผู้ที่วิ่งแข่งรางวัลชนะเลิศ คือหนังสือรวมเวทมนต์รุ่นใหม่
    ที่มีเวทมนต์แปลกๆใหม่ๆที่เพิ่งถูกคิดค้นได้
    เช่นเวทมนต์ที่นอกจากจะทำให้ตุ๊กตาพ่อมดสามารถเคลื่อนไหว
    ยังทำให้พวกตุ๊กตาสามารถร่ายเวทมนต์ได้ ไม่ต่างอะไรจากพ่อมดจริงๆ

    "สู้เขานะเด็กๆ"
    บรรดาแม่ๆแม่มดต่างพากันมาเชียร์ลูกตัวเองอยู่ที่จุดเริ่มต้น
    เด็กๆทุกคนถูกเรียกมารวมกันเพื่อฟังกติกา ซึ่งมีอยู่ว่า ทุกคนต้องวิ่งเป็นระยะ
    ห้ากิโลพ่อมด โดยห้ามใช้เวทมนต์ช่วยเหลือใดๆ
    เมื่อทุกคนทราบกติกาแล้ว การแข่งขันก็เริ่มขึ้นได้
    เด็กๆทุกคนต่างพากันออกวิ่งไปตามทาง จนลับสายตาของคณะกรรมการและบรรดาแม่ๆแม่มด

    "เหนื่อยๆจริงๆนี่เราวิ่งมาไกลแค่ไหนแล้วนะ"
    วิ่งไปได้สักพักบรรดาเด็กๆก็เริ่มตะโกนถามกัน บางคนเมื่อหันไปมองรอบๆข้าง
    ไม่เห็นว่ามีกรรมการคอยเฝ้าอยู่ ก็เริ่มร่ายเวทมนต์เสกกิ่งไม้ให้กลายเป็นสเกตบอร์ด
    เพื่อช่วยผ่อนแรง พอคนอื่นๆเห็นดังนั้นก็เริ่มใช้เวทมนต์บ้าง

    "พ่อมดน้อยที่น่าสงสาร ฉันช่วยเสกสเกตบอร์ดให้เธอสักอันดีไหม
    เธอคงยังไม่ได้เรียนเวทมนต์นี้"
    แม่มดตนหนึ่งหยุดถามพ่อมดน้อยที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งด้วยความหวังดี

    "ขอบใจเธอมาก จริงๆแล้วฉันรู้ว่าจะเสกสเกตบอร์ดหรือไม้กวาดเหาะยังไง
    แต่ฉันตั้งใจจะวิ่งไปให้ถึงมากกว่า"
    พ่อมดน้อยตอบอย่างมุ่งมั่น เพราะแม่ของเขาสอนอยู่เสมอว่า ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
    ถึงแม้จะไม่มีคนอื่นเห็นเวลาเราทำผิดก็ตาม

    "ระยะทางมันไกลมากนะ งั้นฉันไปก่อนล่ะ"
    แม่มดบอกแล้วบินผ่านไป ตามด้วยพ่อมดแม่มดอื่นๆตนแล้วตนเล่า
    พ่อมดน้อยของเราถูกคนอื่นแซงหน้าไปเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังวิ่งต่อไปอย่างอดทน
    บางครั้งเหนื่อยจนสะดุดขาตัวเองล้ม แต่เขาก็ลุกขึ้นวิ่งต่อไป
    บางครั้งเห็นกิ่งไม้ใหญ่พอจะเสกเป็นไม้กวาดบินได้ พ่อมดน้อยก็จะนึกถึงคำสอนของแม่ไว้
    และไม่ยอมใช้เวทมนต์ใดๆให้ผิดกติกา

    "วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง"
    พ่อมดน้อยให้กำลังใจตัวเอง เมื่อก้าวขาไปข้างหน้าทีละก้าว ทีละก้าว ก้าวนี้เพื่อก้าวต่อไป
    แล้วพ่อมดน้อยก็เข้าเส้นชัยจนได้ แม้จะเป็นคนสุดท้ายเลยก็เถอะ

    "เหนื่อยไหมพ่อมดน้อย"
    ครูใหญ่ของโรงเรียนพ่อมดเดินตรงเข้ามาถาม
    พ่อมดน้อยหอบหายใจ หน้าตาแดงก่ำ แทบพูดอะไรไม่ออก
    แต่ก็ภูมิใจในตัวเองมากที่วิ่งเข้าเส้นชัยได้โดยไม่ทำผิดกติตา

    "เหนื่อยมากครับ"
    พ่อมดน้อยตอบ

    "เอาล่ะ งั้นก็พักเหนื่อยก่อนก็ได้ หายเหนื่อยเมื่อไหร่ค่อยขึ้นไปรับรางวัล"

    พ่อมดน้อยนึกว่าตัวเองหูฝาด จึงรีบถามครูใหญ่ซ้ำ
    "เขามีรางวัลสำหรับคนที่เข้าเส้นชัยสุดท้ายด้วยเหรอครับ"

    "เป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะต่างหาก"
    ครูใหญ่ตอบพลางยิ้มอย่างใจดี
    "ถึงเธอจะเข้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้าย แต่ก็เป็นคนเดียวที่ไม่ทำผิดกติกา
    เรารู้ได้เพราะว่าเธอเป็นคนเดียวที่เข้าเส้นชัยด้วยใบหน้าแดงก่ำ
    จริงๆแล้วเข้าเส้นชัยที่เท่าไหร่ไม่สำคัญ เราแค่ต้องการให้เด็กๆได้ออกกำลังและมีความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง"

    แล้วครูใหญ่ก็พาพ่อมดน้อยไปยืนต่อหน้าทุกคนในเมืองแห่งเวทมนต์
    พร้อมกับเสียงปรบมือแสดงความยกย่อง
    เด็กๆคนอื่นๆก็ยอมรับความผิดที่ตัวเองทำไว้ และตั้งใจว่าคราวหน้าถ้ามีการแข่งขันใหม่
    จะไม่ทำผิดกติกา

    ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทุกคนในเมืองแห่งเวทมนต์ก็หันมาสนใจการออกกำลังกาย
    เด็กๆกลับมามีแก้มแดงเปล่งปลั่งสดใส โดยเฉพาะพ่อมดน้อยนั้น กลายเป็นเด็กที่แข็งแรงมากกว่าใครๆ
    รางวัลหนังสือเวทมนต์ไม่สำคัญเท่าสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ
    นั่นคือรางวัลที่พิเศษสุดที่พ่อมดน้อยได้จากการเป็นเด็กซื่อสัตย์ในวันนั้น :)

    จากคุณ : เจ้าหญิงน้อย - [ 30 พ.ค. 47 12:24:44 A:203.113.32.14 X: ]