CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangGameRoom


    ดอกรักบานไม่รู้โรย ตอนที่ 4

    ผ่านคืนหนาวที่เต็มไปด้วยความทรมานของสองสาวชาวโลก คืนค่ำที่เหมือนกับเวลาย่ำอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไปไหน
    วดีนั่งหาวหวอด อยู่สองสามทีก็หลับฟุบคาผ้าห่มหนานุ่มต่อ

    ผิดกับประกายจันทร์ที่เฝ้ารอการกลับคืนมาแห่งแสงตะวันอย่างใจจดใจจ่อ  เครื่องบอกเวลาของที่นี่ต่างจากเวลาบอกเวลาบนโลกมนุษย์ ทันทีที่แสงสว่างแรกของปลายฟ้าสัมผัสเครื่องบอกเวลานี้ ปลายลำแสงจะแจ้งช่วงเวลาผ่านตัวอักษรแปลก ๆ เอง


    เสียงระฆังใบเขื่องดังเหง่งหง่าวราวกับกำลังบิดกายที่สงบให้เคลื่อนไหว
    ไปตามทุกจังหวะของชีวิตที่รอแสงสุริยะอยู่ บรรยากาศยามเช้าที่หนาวเหน็บกับภาพบบรรยากาศรอบข้างของที่พักได้
    ปรับเปลี่ยนไปอย่างมาก พุ่มไม้น้อยใหญ่เจริญเติบโตผิดหูผิดตา แอ่งน้ำกลับเพิ่มมากขึ้น พร้อม ๆ กับแนวฝนที่ตั้งเค้าอึมครึม
    ที่อีกด้านหนึ่งของขอบฟ้า


    ด้วยความที่เป็นคนรักการปลูกต้นไม้ของประกายจันทร์ เธอจึงอาศัยโอกาสทองในช่วงเวลาไม่นานนักก่อนที่ตะวันจะโผล่
    ขึ้นมาจากขอบฟ้า  เดินไปมาสำรวจพืชพันธุ์บนดาวดวงนี้ ก่อนที่จะตื่นและบังคับให้เธออยู่เพียงแต่ในกระโจมที่พัก


    ใบเขียวสดที่มีละอองน้ำค้างเกาะกุมทิ้งใบปล่อยให้หยาดน้ำค้างนั่น
    ร่วงลงประทับรอยบนพื้นทรายนั้นราวกับคราบน้ำตาที่แห้งเหือดหายไป
    อย่างรวดเร็ว


    หมอกขาวเริ่มคลายตัวลงเผยขอบร่างของทิวเขาที่สูงตระหง่านเทียมเมฆ
    เบื้องบน บรรยากาศยามเช้าของที่นี่ไม่ต่างอะไรกับผืนโลกของเธอเอง

    ดอกไม้หลากสีสันที่กลีบช้ำไปเพราะน้ำค้างเริ่มสดชื่นขึ้นเมื่อสัมผัสถึงไออุ่น
    ที่แผ่วเบาของตะวันอีกไม่นานถ้าแดดแรงกว่านี้ดอกไม้ส่วนใหญ่จะเหี่ยว
    แห้งเหลือเพียงเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการผสมของเกสรที่ปลิวฟุ้งไปตามกระแสลม

    เหลือเพียงกระถางต้นไม้ใบหนึ่งที่วางอยู่ในส่วนลึกของแปลงต้นไม้ รูปร่างคล้าย ๆ กับต้นรักของโลกมนุษย์


    ประกายจันทร์เฝ้ามองกระถางต้นไม้นั้นอย่างมีความสุข ไม่น่าเชื่อว่าบนดินแดนแห่งความแห้งแล้งนี้จะมีพืชพันธุ์ประหลาด
    ที่ทั้งแตกต่างและคล้ายคลึงกับของโลกมนุษย์เช่นนี้  เหล่าชาวดาวเสาร์เริ่มส่งเสียงโห่ร้องทำเอาเธอต้องหันกลับไปให้
    ความสนใจในเหตุการณ์ประหลาดที่กำลังจะเกิดขึ้น

    เม็ดฝนเริ่มทิ้งสายแห่งความร่มเย็นทับถมผิวทรายที่แห้งผากให้ชุ่มชื่น ผืนดินกลับเป็นสีดำเข้มเหมาะกับการเพาะปลูกมากขึ้น คงเป็นเสียงโห่ร้องแห่งความยินดีที่วันนี้ความสวยสดแห่งพรรณไม้
    จะคงอยู่ไปได้อีกสักระยะ


    "จันทร์ เราบอกเธอแล้ว ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่สมควรเดินไปไหนมาไหนคนเดียว"
    เสียงที่คุ้นหูทั้งดุทั้งปรามขึ้นมา

    เธอรีบหันร่างเดินกลับไปที่พักโดยไม่ทักทายเจ้าของเสียงดุ ๆ นั้น กาเบียลได้แต่เฝ้ามองการเดินจากไปของประกายจันทร์ด้วยแววตาที่สงสัย
    เขาหันกลับไปมองกระถางต้นไม้ต้นเดียวกับที่ประกายจันทร์ได้ปักความ
    สนใจเอาไว้ ต้นรักจากโลกมนุษย์ที่เขาเองทำลายลง

    คงเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องฟื้นคืนชีพต้นรักต้นเดิมนั้นคืนสู่เจ้าของคนเดิม เสียงฟ้าร้องดังครืน ๆ หยาดฝนกลับไม่ระคายผิวของ
    เทพแห่งศิลปะวิทยาการเช่นเขาเลย

    ชาวเมืองต่างยินดีกับฤดูกาลเพาะปลูกที่หวนคืนกลับมาอีกครั้งภายหลัง
    จากที่ดาวเสาร์อยู่ในภาวะแห้งแล้งมานาน

    สายฝนเป็นดั่งของขวัญจากพระเจ้าที่ชาวเมืองรอคอย ต่างเชื่อว่าการมาของกาเบียลซึ่งเป็นดั่งเทพเจ้าจะมีอำนาจบันดาล
    ฤดูกาลและนำสิ่งดี ๆ มาสู่พวกเขา

    เวลาผ่านไปไม่นานทิวทัศน์รอบข้างคืนสู่ความเขียวชอุ่มแตกต่างจาก
    เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาที่ยังเต็มไปด้วยผืนทรายกว้าง

    "ตายแล้ว หนูจันทร์  อะไรกันเนี่ยเกิดอะไรขึ้นกับทะเลทรายของฉัน" วดีทำเสียงตื่นเต้นก่อนจะจูงมือประกายจันทร์ให้มาดูป่าทึบเบื้องหน้า เธอเองแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเช่นกัน แต่ก็มีความสุขมากขึ้นกับใบไม้สีเขียวสดเช่นนี้

    "ตายแล้ว ๆทรายของฉัน"ประกายจันทร์หัวเราะขึ้นมาเพราะ
    นึกตลกที่เพื่อนของตนกลับหลงใหลในกอีกมุมนึงของธรรมชาติที่นี่

    "สำหรับคนที่นี่คงไม่แปลก แต่สำหรับพวกเรา คงเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ.. เพียงชั่วฝนเดียว"ประกายจันทร์เอ่ยกับวดีที่เอาแต่บนเสียดายกับทิวทัศน์
    แห้งแล้งไม่เลิก

    จากคุณ : karinas - [ 11 ก.ค. 48 17:04:29 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป